กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงซัมเมอร์ ประจำปี 2019

กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงซัมเมอร์ ประจำปี 2019

กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงซัมเมอร์ ประจำปี 2019             Agoda (อโกด้า) หนึ่งในแพลตฟอร์มท่องเที่ยว ได้จัดทำข้อมูลด้านการจองที่พัก ก่อนนำมาจัดอันดับเป็น 10 เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงซัมเมอร์ โดยโตเกียว ลอนดอน และลาสเวกัส ก็สามารถเข้ามาติดในอันดับ 3 เมืองที่นักท่องเที่ยวต่างเทใจให้ในช่วงซัมเมอร์ หรือฤดูร้อนปี 2019 เริ่มจากโตเกียว โอซาก้า โอกินาว่า (เกาะหลัก) และเกียวโต นอกจาก 4 เมืองยอดนิยมของญี่ปุ่นจะเข้ามาติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวจากเอเชียแปซิฟิกแล้ว เมืองทางตอนเหนืออย่าง ซัปโปโร ที่ขึ้นชื่อในเรื่องเทศกาลหิมะและปูยักษ์ และเมืองทางใต้อย่างฟุกุโอกะที่เต็มไปด้วยวัดวาอารามและชายหาดสวย ๆ อยู่หลายแห่ง ก็สามารถไต่อันดับขึ้นมา จนเบียดสิงคโปร์และฮ่องกงลงไปได้ในปีนี้เช่นกัน ทั้งนี้ เมืองโตเกียวไม่เพียงแค่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวเอเชียเท่านั้น แต่ยังเป็นที่นิยมไปใกลถึงทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป ส่งผลให้เมืองหลวงของญี่ปุ่นแห่งนี้ สามารถเข้าไปติดอันดับ 2 ของเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทวีปอเมริกาเหนือ และติดอันดับ 5 ของนักท่องเที่ยวจากยุโรป นักท่องเที่ยวจากเอเชียชอบไปเยือนประเทศใกล้เคียง ผลสำรวจดังกล่าว ยังแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน โดยพบว่า นักท่องเที่ยวจากเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มที่จะเดินทางไปเยือนประเทศใกล้เคียงมากกว่า และในกลับกันนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ และยุโรป ต่างก็มีความชื่นชอบในการเดินทางข้ามทวีปเพื่อไปผักผ่อนในช่วงฤดูร้อน โดยเมืองหลวงที่ขึ้นชื่อเรื่องแฟชั่นของยุโรป อย่างลอนดอนและปารีส ได้เข้ามาติดอับ 1 และ 2 สำหรับนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ส่วนกรุงโรม ซึ่งเป็นจุดรวมประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของอิตาลีก็สามารถครองอันดับ 3 ได้ นอกจากนี้ จุดหมายในเอเชียอย่าง บาหลี โตเกียว กัวลาลัมเปอร์ และกรุงเทพฯ ก็สามารถเข้ามาติด 10 อันดับแรกของปี 2019 นี้ได้ ย้ายมาทางฝั่งอเมริกาเหนือ อย่างลาสเวกัส ก็ยังคงเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมติดต่อกันอีกปี ตามมาด้วยโตเกี่ยวในอันดับ 2 ที่เบียดเมืองนิวยอร์กจนตกลงมาอยู่ในอันดับ 3 ส่วนเมืองอื่น ๆ ในทวีปที่เข้ามาติดอันดับได้นั้น ก็มีลอสแองเจลิส ออร์แลนโด ซิคาโก และซีแอตเทิล สำหรับเมืองในยุโรป ก็ได้แก่ลอนดอน ปารีส และโรม ก็เข้ามาติดอยู่ ใน10 อันดับแรกเช่นเดียวกัน …

Continue Reading

ญี่ปุ่นเปิดตัวทีมหุ่นยนต์ผู้ช่วย ตอกย้ำฐานะเจ้าภาพโอลิมปิก 2020

ญี่ปุ่นเปิดตัวทีมหุ่นยนต์ผู้ช่วย ตอกย้ำฐานะเจ้าภาพโอลิมปิก 2020

ญี่ปุ่นเปิดตัวทีมหุ่นยนต์ผู้ช่วย ตอกย้ำฐานะเจ้าภาพโอลิมปิก 2020             ญี่ปุ่นเปิดตัวหุ่นยนต์ผู้ช่วยสำหรับกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ประจำปี ค.ส 2020 ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของข้ามได้สนามได้ด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับทำหน้าที่เก็บอุปกรณ์ในการแข่งขันกีฬา อาทิ หอกจากกีฬาพุ่งหลาว และแผ่นกลมสำหรับกีฬาขว้างจักร หลังจากนักกีฬาขว้างออกไปแล้ว จุดเด่นของหุ่นยนต์ตัวนี้อยู่ที่หน้าจอที่มีขนาดเท่าคน ที่ถูกติดตั้งอยู่บนล้อ ซึ่งถูกออกแบบมาช่วยให้ผู้ที่รับชมมางบ้านสามารถดูกีฬาแบบเสมือนจริงได้ นอกจากนี้ ยังมีหุ่นยนต์ที่ถูกการออกแบบมาให้ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตมากที่ยิ้มแย้มเป็นมิตรอีกด้วย หรือเรียกว่า “หุ่นยนต์มาสคอต” ถึงแม้เดินไม่ได้แต่ก็สามารถขยับแขนและขาได้ ทั้งยังสามารถส่งสายตาบ่งบอกอารมณ์ได้หลายรูปแบบแทนการพูด ไม่ว่าจะเป็นสายตาเปล่างประกาย หรือรูปหัวใจ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ หรือเป็นตัวแทนการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ หุ่นยนต์จะมีความโดดเด่นมาก ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 Tomohisa Moridaira หัวหน้าคณะวิศวกรได้กล่าวเพิ่มเติมว่า หุ่นยนต์ตัวนี้ยังอาจใช้ทำงานอย่างอื่นได้อีก เช่น การถือคบเพลิงโอลิมปิกด้วยการใช้พลังงานแม่เหล็ก ซึ่ง “หุ่นยนต์ภาคสนาม” นั้น ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก มีรูปร่างเหมือนรถประจำทาง จึงสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมกันนี้ยังมีกล้องที่ถูกติดตั้งไว้จำนวน 3 ตัว และมีการติดตั้งเซ็นเซอร์พิเศษที่ช่วยให้มองเห็นสภาพแวดล้อมของสถานที่ขณะปฏิบัติงานได้ ส่วนด้านบนตัวรถนั้น ก็จะมีไฟชนิดพิเศษรอบ ๆ ที่คอยให้แสงสว่าง ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ด้วยระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ยังช่วยให้หุ่นยนต์สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และยังปรับเปลี่ยนเส้นทาง ในกรณีที่ตรวจพบพื้นที่ไม่สามารถเดินต่อไปได้อีกด้วย มนุษย์จะสามารถทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ได้เป็นอย่างดี Takeshi Kuwabara ผู้ดูแลการพัฒนาหุ่นยนต์บอกว่า หุ่นยนต์ชนิดนี้ถูกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ หรือหุ่นยนต์ด้วยกันได้ มีข้อดีคือช่วยใช้ประโยชน์ทั้งของมนุษย์และหุ่นยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งหุ่นยนต์เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญของการเตรียมการ สำหรับจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ของญี่ปุ่น Toyota Motor Corporation ได้เปิดตัวหุ่นยนต์ทั้งหมดนี้ให้แก่ผู้สื่อข่าวได้รับชมไป เมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งนี้  Toyota ก็จัดเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ในช่วงก่อนหน้านี้ โตโยต้าก็ได้มีการพัฒนาหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนล้อมาแล้วหลากหลายชนิด เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุทำงานบ้าน และช่วยผู้ป่วยในโรงพยาบาล ที่สำคัญ หุ่นยนต์เหล่านี้ ยังสามารถช่วยนำทางให้กับคนพิการไปนั่งที่ชมในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และยังทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มได้อีกด้วย.

Continue Reading

“Watami” ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง หันมาใช้หลอดไม้ไผ่แทนพลาสติก ลดการก่อขยะ

“Watami” ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง หันมาใช้หลอดไม้ไผ่แทนพลาสติก ลดการก่อขยะ

“Watami” ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง หันมาใช้หลอดไม้ไผ่แทนพลาสติก ลดการก่อขยะ             “รนณรงค์ลดการใช้ขยะพลาสติก” คือกระแสการอนรักษ์ธรรมชาติที่กำลังมาแรงเป็นอย่างยิ่ง ณ ตอนนี้ ห้างร้านกิจการหลาย ๆ แห่ง ได้หันมาร่วมมือร่วมใจจัดทำโครงการ เพื่อลดการใช้พลาสติกอย่างแข็งขัน และญี่ปุ่นเองก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่กำลังเดินหน้าเต็มที่ ในเรื่องการลดใช้พลาสติก โดยเห็นได้ชัดจากนโยบายการเรียกเก็บค่าถุงพลาสติกตามร้านค้าต่าง ๆ นอกจากนี้ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งเองก็กำลังปรับเปลี่ยนมาใช้ตามในเร็ววันนี้ รวมถึงมีการยกเลิกใช้หลอกพลาสติกตามร้านอาหารหลาย ๆ แห่งไปแล้วด้วยเช่นกัน แบรนด์ร้านเหล้าสไตล์ญี่ปุ่น ยกเลิกการใช้หลอดพลาสติกแล้วทุกสาขา อีกหนึ่งแบรนด์ร้านอาหารที่ข่อเข้ามาร่วมเป็นผู้รักษ์โลกในครั้งนี้ ก็ได้แก่แบรนด์ร้านเหล้าสไตล์ญี่ปุ่นชื่อดัง “Watami” และ “The Watami” ทุกสาขาที่ประกาศขอยกเลิกการใช้หลอดที่ทำมาจากพลาสติกทุกชนิด ตั่งแต่วันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมกับเปลี่ยนมาใช้หลอดไม้ไผ่ ที่มีวัตถุดิบหลักประกอบไปด้วยเส้นใยของไผ่ ซึ่งง่ายต่อการย่อยสลายและไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ซึ่ง Watami จัดเป็นหนึ่งในเฟรนไชส์ร้านอาหารลำดับต้น ๆ ของประเทศญี่ปุ่น ที่ได้ขอร่วมเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการร้านอาหารที่พร้อมลดละเลิกการใช้พลาสติกทุกชนิด อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ยกเลิกการใช้หลอดพลาสติกนั้น ได้หันมาใช้หลอดกระดาษแทน แต่ Watami กลับเลือกที่จะสร้างความแตกต่างด้วยการใช้ “หลอดไม้ไผ่” มาทดทดแทนหลอดพลาสติกแบบเก่าที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย เหตุผลที่ Watami เลือกใช้หลอดไม้ไผ่แทนหลอดพลาสติก สำหรับเหตุผลสำคัญที่ทางแบรนด์ร้านเหล้านี้ได้ตัดสินใจใช้หลอดไม้ไผ่ ก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะนอกจากไม้ไผ่จะสื่อถึงความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีแล้ว หลังจากหมดยุคเฟื่องฟูของสินค้าที่ทำมาจากไม้ไผ่ ประกอบกับการนำเข้าไม้ไผ่จากต่างประเทศได้รับความนิยมมากกว่า จนทำให้ญี่ปุ่นประสบปัญหาป่าไผ่ถูกทิ้งรกร้างเป็นจำนวนมาก ทาง Watami จึงตัดสินใจเลือกใช้หลอดที่ทำจากไม้ไผ่ในที่สุด เพื่อเป็นการช่วยแก้ปัญหาในอีกช่องทางหนึ่ง นอกจากนี้แล้ว ไม้ไผ่ยังจัดเป็นวัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติ จึงไม่ก่อให้เกิดมลพิษจากการเผาไหม้ทางอากาศตามมา ที่สำคัญไม้ไผ่ยังสามารถย่อยสลายได้ในเวลาอันสั้น โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ไปจนถึง 1 ปีครึ่งเท่านั้น ไม้ไผ่จึงจัดให้เป็นอีกหนึ่งวัตุดิบทางเลือก ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่านั่นเอง อย่างไรก็ตาม หากการเริ่มทดลองใช้หลอดจากไม้ไผ่แทนหลอดพลาสติกของแบรนด์ Watami ได้ผลที่ดีตามมาแล้ว ทางบริษัทก็ได้เตรียมแผนที่จะนำหลอดไม้ไผ่ดังกล่าวไปใช้ร่วมกับแบรนด์อื่น ๆ ต่อไปในอนาคตด้วย.

Continue Reading

ไทยติดอันดับ 7 ประเทศที่มีอาหารดึงดูดนักท่องเที่ยว

ไทยติดอันดับ 7 ประเทศที่มีอาหารดึงดูดนักท่องเที่ยว

ไทยติดอันดับ 7 ประเทศที่มีอาหารดึงดูดนักท่องเที่ยว             Hotels.com จัดทำผลสำรวจเกี่ยวกับความชื่นชอบ ในเรื่องการเสาะแสวงหาของกินอร่อยระหว่างเดินทางท่องเที่ยว (Tasty Travels) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ปารีส (27%) โตเกียว (23%) และโรม (22%) คือประเทศที่มีสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยว สำหรับหรับผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติอาหารมากที่สุดในโลก ขณะที่ประเทศไทยก็ได้เข้ามาติดอันดับ 6 ในฐานะดินแดนในฝันของการเดินทางมาเยือน เพื่อลองลิ้มชิมรสของอาหารชั้นยอด โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 90% ต่างให้การยอมรับว่า อาหารถือเป็นปัจจัยสำคัญมากที่สุด ในการติดสินใจเลือกเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ช่วงวันหยุด ซึ่งความสวยงามของชาหาด (41%) หรือแม้แต่แหล่งชอปปิ้ง (25%) ก็ยังไม่อาจสร้างแรงจูงใจได้ดีเท่ากับอาหาร นักท่องเที่ยวไทยต้องการลิ้มลองเมนูอาหารที่หลากหลาย ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นอีกว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยมีความต้องการสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการลิ้มลองรสชาติที่หลากหลาย ตั่งแต่ อาหารหรูในระดับ 5 ดาว (26%) ไปจนถึงความหลากหลายของอาหารท้องถิ่นริมทาง (21%) ณ ปัจจุบันนี้ การรับประทานอาหารได้ก้าวขึ้นมาอยู่ในลำดับต้น ๆ ของรายการสิ่งที่ผู้คน “กลุ่มมิลเลนเนียล” ต้องการทำ โดยนักท่องเที่ยวชาวไทย 85% ระบุว่า ประสบการณ์ด้านอาหาร คือสิ่งที่โดดเด่นและเป็นสิ่งที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ เมื่อนึกถึงการเดินทางท่องเที่ยวย้อนหลัง ซึ่งประสบการณ์ทางด้านอาหารอยู่นั้น อยู่เหนือกว่าการช้อปปิ้ง (23%) หรือแม้แต่เรื่องการใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อน ๆ ในระหว่างการเดินทาง (19%) ส่วนทางด้านผลสำรวจที่จัดทำโดย Hotels.com ยังค้นพบอีกว่า เทรนด์การถ่ายภาพในระหว่างการเดินทาง ณ ปัจจุบันนั้น ผู้คนส่วนใหญ่มักยกเรื่องอาหารเข้ามาในลำดับต้น ๆ มากกว่าเพื่อน หรือแม้กระทั่งตนเอง เนื่องจากผู้เข้าร่วมตอบผลสำรวจส่วนมากต่างยอมรับว่า ตนเองชื่นชอบการถ่ายรูปภาพอาหารมากกว่าการถ่ายภาพเซลฟี่ อาหารที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพลงโซเชียลมากที่สุด นอกจากนี้ ผลสำรวจของ Hotels.com ยังเผยให้เห็นอีกว่า พาสต้าและพิซซ่า (32%) คือเมนูอาหารที่นักท่องเที่ยวยุคมิลเลนเนียลต้องการนำมาโพสต์ลงโซเชียลมากที่สุด ตามมาด้วยสเต็ก หรือเนื้อ (27%) ก๋วยเตี๋ยว (25%) ไปจนถึงอาหารท้องถิ่นที่ดูแปลกตาแบบสุด ๆ โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ มักไม่เกิดความกลัวที่จะลองลิ้มชิมรสกับเมนูอาหารแปลก ๆ แต่อย่างใด เนื่องจากจำนวน 1 ใน …

Continue Reading

มาเลเซียเบอร์ 1 ประเทศที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิม มากที่สุดในโลก

มาเลเซียเบอร์ 1 ประเทศที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิม มากที่สุดในโลก

มาเลเซียเบอร์ 1 ประเทศที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิม มากที่สุดในโลก             ผลการสำรวจที่จัดทำโดย Mastercard บริษัทตัวกลางการชำระเงินชั้นนำชื่อดัง พบว่า  “มาเลเซีย” ยังคงครองแชมป์มาได้ 8 ปีติดต่อกัน ในฐานะเป็นประเทศที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก โดยผลสำรวจดังกล่าว ได้วัดตามดัชนีการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลก โดยมีการจัดอันดับจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม รวมทั้งสิ้น 130 ประเทศ ทั้งประเทศในกลุ่มมุสลิม (OIC) และกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม (Non-OIC)  ผลปรากฏว่า มาเลเซีย ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ในกลุ่มประเทศ OIC ที่มีคะแนนสูงสุดอยู่ที่ 80.6 รองลงมาคือ อินโดนีเซียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีทั้งสองประเทศมีคะแนนเท่ากันอยู่ที่ 72.8 คะแนน ขณะเดียวกัน ในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม พบว่าประเทศไทยได้เข้ามาติดอยู่ในอันดับที่ 2 รองจากสิงคโปร์ ตามมาด้วย อังกฤษ และญี่ปุ่น แต่หากไม่นับประเทศที่เป็นมุสลิมและไม่เป็นมุสลิม พบว่าประเทศได้เข้ามาติดอยู่ในอับดับที่ 16 ซึ่งขยับขึ้นมาถึง 2 อันดับ ผลของการพยายามของหลายหน่วยงาน ทำให้ไทยเข้ามาติดในอับดับ 2 ได้ สเหตุที่ทำให้ประเทศไทยเข้ามาติดอยู่ในอับดับ 2 ของประเทศกลุ่ม Non-OIC ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวมุสลิมดีที่สุดในโลกได้ เป็นผลมาจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะด้านหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทย ที่ส่งเสริมให้บรรดาร้านอาหารฮาลาลเพิ่มจำนวนมากขึ้น พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม อันดับประเทศกลุ่ม OIC ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวมุสลิมดีที่สุด 1.มาเลเซีย – คะแนน 80.6 2.สหรัฐอาหรับเอมิรตส์ – คะแนน 72.8 3.อินโดนีเซีย – คะแนน 72.8 4.ตุรกี  – คะแนน 69.1 5.ซาอุดิอาระเบีย – คะแนน 68.7 6.กาตาร์ – คะแนน 66.2 7.บาร์เรน – คะแนน 65.9 8.โอมาน – คะแนน 65.1 9.โมรอคโค …

Continue Reading

สายการบินพลาดท่า ขายตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสในราคาชั้นประหยัด แถมใช้ได้จริง

สายการบินพลาดท่า ขายตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสในราคาชั้นประหยัด แถมใช้ได้จริง

สายการบินพลาดท่า ขายตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสในราคาชั้นประหยัด แถมใช้ได้จริง             สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค ยินยอมให้ลูกค้าทุกคนที่ซื้อตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสได้ ในราคาที่ถูกเกินจริง สามารถใช้บริการได้ตามปกติ ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ความผิดพลาดขึ้นกับระบบเว็บไซด์ ที่ให้บริการจองตั๋วออนไลน์ รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า ได้เกิดเหตุการณ์ความผิดพลาดขึ้นกับเว็บไซต์ของสายการบินชื่อดัง “คาเธย์แปซิฟิค” ที่ได้นำเสนอขายตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส-ชั้นธุรกิจ ซึ่งเป็นเที่ยวบินตรงจากเวียดนามไปยังสหรัฐฯอเมริกาและแคนาดา ด้วยราคาสุดถูกเพียง 670 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น หรือเป็นเงินไทยประมาณ 21,540 บาท นับว่าถูกเป็นอย่างยิ่ง โดยมีราคาเทียบเท่ากับตั๋วชั้นประหยัดทั่ว ๆ ไปเท่านั้น ปกติแล้ว ตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสเส้นทางนี้ มีราคาครึ่งล้าน สำหรับตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสไป-กลับ ในเส้นทางนี้ ตามปกติแล้วมีราคาอยู่ที่ประมาณ 16,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเป็นเงินไทยประมาณ 514,680 บาท ส่วนตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจมีราคาอยู่ที่ 4,000 – 6,000 ดอลล่าสหรัฐ หรือเป็นเงินไทยประมาณ 127,559 – 191,338 บาท จากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงทำให้สายการบินคาเธย์แปซิฟิคได้ออกแถลงการณ์ ต่อเรื่องที่เกิดขึ้นในสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังอย่างทวิตเตอร์ โดยได้ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นความผิดพลาดของทางสายการบินเอง สำหรับคนที่ซื้อตั๋วเครื่องบิน ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของเว็บไซด์สายการบินคาเธย์แปซิฟิค ทางสายการบินก็ยินดีต้อนรับผู้โดยสารที่มีตั๋วในครอบครองขึ้นเครื่องทุกคน ไม่มีรายงานว่าตั๋วที่ขายออกไป มีจำนวนเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ทางด้านโฆษกของคาเธย์แปซิฟิค ก็ไม่ได้มีการออกมาเปิดเผยว่า ตั๋วชั้นเฟิรสคลาสและตั้วชั้นบิสสิเนสคลาสที่ถูกขายไปอันเนื่องมาจากความผิดพลาดของทางเว็บไซต์นั้น มีผู้โดยสารได้ทำการซื้อไปจำนวนทั้งหมดกี่ใบ บล็อกเกอร์ท่องเที่ยวชื่อดังชาวฮ่องกง หวัง กวนหรัน ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนั้นตนยังทำงานอย่างปกติเรื่อยไป จนกระทั่งพบว่ามีเว็บไซต์จากหลายแห่ง ได้เข้าแจ้งว่าคาเธย์แปซิฟิกกำลังเปิดจำหน่ายตั๋วเครื่องบินในราคาที่ถูกเป็นอย่างมาก จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ตามเวลาฮ่องกง ตนเองได้ใช้ระเวลาทั้งหมดรวม 2 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการซื้อตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสของสายการบินคาเธย์แปซิฟิก ในเที่ยวบินตรงจากเวียดนามไปนิวยอร์กเป็นจำนวนถึง 5 ใบ ตกราคาใบละ 840 สหรัฐ พร้อมกับได้ซื้อตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจมาอีกเป็นจำนวน 1 ใบ ในราคา 699 ดอลล่าร์สหรัฐ โดยเมื่อปีที่ผ่านมาคาเธย์แปซิฟิก จัดเป็นสายการบินที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันอันดุเดือดกับสายการบินคู่แข่ง จากประเทศจีน ส่งผลให้ขาดทุนไปกว่า 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนกระทั่งไม่นานมานี้ ได้ออกมายอมรับว่าโดนแฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลลูกค้าของสายการบินเป็นจำนวนถึง 9.4 ล้านราย ซึ่งรวมไปถึงหมายเลขหนังสือเดินทางและเครดิตการ์ด.

Continue Reading

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดคนกรุงใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วงสงกรานต์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดคนกรุงใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วงสงกรานต์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดคนกรุงใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วงสงกรานต์             ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์คนเมืองกรุงจะใช้จ่ายสะพัดกว่า 25,000 ล้านบาท ชี้สถานการณ์จากปัญหาฝุ่นละอองในเชียงใหม่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ปรับแผนการเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงมากขึ้น ส่วนทางด้านผู้ประกอบการ พบว่า นิยมเจาะตลาดกลุ่มเจนเอ็กซ์-เจนวาย โดยรายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยว่า ในเทศกาลสงกรานต์ปี 2019 นี้ คนกรุงเทพฯ มีอัตราใช้จ่ายคิดเป็นเม็ดเงินราว 25,000 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 3.6% เป็นผลมาจากจำนวนวันหยุดยาวต่อเนื่องถึง 5 วัน ตั่งแต่12-16 เม.ย. สำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว แบ่งออกเป็นค่าใช้จ่ายไปกับการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ (อาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ) 9,650 ล้านบาท, ใช้จ่ายค่าที่พักและการเดินทาง 6,650 ล้านบาท, จ่ายค่าช็อปปิ้ง 4,600 ล้านบาท, และค่าทำบุญไหว้พระ 2,050 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่น ๆ เช่น มอบเงินให้ผู้ใหญ่ในครอบครัว ปัญหาฝุ่น ทำคนกรุงเลี่ยงไปเยือนเชียงใหม่ช่วงสงกรานต์ หันมาเที่ยวจังหวัดใกล้เคียง ส่วนผลกระทบของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ตามพื้นที่ทางภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้คนกรุงเทพฯ ต้องปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางท่องเที่ยว ด้วยการหลีกเลี่ยงการไปเยือนพื้นที่อันตรายจากปัญหาฝุ่นดังกล่าว และหันมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในกรุงเทพฯ หรือออกเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงมากยิ่งขึ้น เช่น ชลบุรี อยุธยา ระยอง คาดว่า ส่วนบรรดาธุรกิจต่าง ๆ ทั้งค้าปลีก ที่พัก หรือร้านอาหารในย่านกรุงเทพฯ ไปจนถึงจังหวัดท่องเที่ยวใกล้เคียง อาจได้รับอานิสงส์จากเรื่องนี้มากขึ้น ผู้ประกอบการเน้นเจาะตลาดลูกค่ากลุ่ม Gen Y และ Gen X เนื่องจากลูกค้ากลุ่ม Gen Y และ Gen X ในวัยทำงาน ที่บรรดาดูผู้ประกอบการต้องการเจาะตลาด มีอำนาจในการติดสินใจซื้อสูง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการประกอบกิจกรรม ในช่วงเทศกาลสงกราต์ ซึ่งก่อให้เกิดเม็ดเงินมหาศาล โดยเฉพาะเม็ดเงินที่ได้มาจากการจัดเลี้ยงสังสรรค์และจับจ่ายใช้สอย การจะเจาะตลาดกลุ่มนี้ให้ได้จนประสบความสำเร็จ มีกลยุทธ์ที่สำคัญคือ …

Continue Reading

ททท.โปรโมทงานไหว้ครูมวยไทยโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว ในวันที่ 16-17 มี.ค

ททท.โปรโมทงานไหว้ครูมวยไทยโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว ในวันที่ 16-17 มี.ค

ททท.โปรโมทงานไหว้ครูมวยไทยโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว ในวันที่ 16-17 มี.ค นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ ตำแหน่งรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว เผยว่า ททท.ได้จับมือกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, กรมศิลปากร, สมาคมครูมวยไทย, สมาคมสถาบันศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย, สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย, พร้อมด้วยสหพันธ์มวยไทยโลก, ร่วมกันจัดงานพิธีไหว้ครูมวยไทยโลก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 15 ภายใต้แนวคิดว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิตของการเรียนมวยไทย ต้องมาเข้าร่วมพิธีไหว้ครูที่ประเทศไทย” ในระหว่างวันที่ 16-17 มีนาคม 2562 เวลา 13.00-19.30 น. ณ วัดมหาธาตุ, วัดหลังคาขาว, อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา งานไหว้ครูมวยไทยโลก จะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมศักดิ์สรี ภายในงานไหวครูมวยไทยโลก จะได้พบกับประสบการณ์การสุดยิ่งใหญ่ ด้วยการไหว้ครูมวยอันศักดิ์สิทธิ์ และการไหว้ครูมวย ที่มีความยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดในโลก โดยครูมวยชั้นนำจากทั่วประเทศ หวังปลูกสร้างจิตสำนึกให้กับชาวต่างชาติที่ชื่นชอบมวยไทย ให้รู้จักพิธีการไหว้ครูตามประเพณีอันดีงามของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการจัดพิธีบวงสรวงบูรพมหากษัตริย์ไทยและการรำไหว้ครูมวยไทย โดยได้รับเกียรติจากนักมวยชื่อดังอย่าง “สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง” “ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” “อนุวัฒน์ แก้วสัมฤทธิ์” และ “พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์” เพื่อมาเป็นตัวแทนขึ้นรำไหว้ครู นำนักกีฬามวยไทยทุกจากชาติที่เข้าร่วมพิธีทุกคน งานไหว้ครูมวยไทยโลก จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยว เหมือนครั้งที่ผ่านมา ททท.ได้กำหนดแผนการส่งเสริมตลาดประจำปี 2562 ขึ้นมา ด้วยการขยายฐานตลาดของนักท่องเที่ยว ทั้งกลุ่ม 2 ตลาด คือกลางและบน เพื่อเสริมสร้างการรับรู้ถึงเอกลักษณ์และคุณค่าของวิถีความเป็นไทย ผ่านงานกิจกรรม เทศกาล และประเพณีอันดีงามไทยของไทย ททท.จึงได้จัดทำโครงการไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 15 ขึ้นมา ผ่านการนำเสนอ ด้วยการใส่เอกลักษณ์ของ “ความเป็นไทย” ลงไป ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและมอบความรู้ความเข้าใจให้กับชาวต่างชาติ ที่มีความสนใจในกีฬามวยไทย ได้รับทราบใจและเห็นถึงความสำคัญของพิธีไหว้ของไทย งานไหว้ครูมวยไทยโลก ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะนักมวยชาวต่างชาติที่มาร่วมงาน ซึ่งมีมากถึง 5 อันดับด้วยกัน ได้แก่ อินเดีย บราซิล อังกฤษ สหรัฐอเมริกา อุซเบกิสถาน โดยมีแนวโน้มผู้เข้าร่วมพิธีเพิ่มขึ้นเป็นประจำทุกปี ททท. จึงตั้งเป้าไว้ว่า …

Continue Reading

นักท่องเที่ยว Millennials นิยมเลือกที่พักผ่านโซเชียล ตัดสินใจจองจากเทคโนโลยี

นักท่องเที่ยว Millennials นิยมเลือกที่พักผ่านโซเชียล ตัดสินใจจองจากเทคโนโลยี

นักท่องเที่ยว Millennials นิยมเลือกที่พักผ่านโซเชียล ตัดสินใจจองจากเทคโนโลยี             ผลสำรวจชาว Millennials กับพฤติกรรมในการเลือกจองที่พัก ขณะเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง พบว่า นิยมเลือกผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก และจะติดติดสินใจจอง ก็ต่อเมื่อที่พักเหล่านั้น มีเทคโนโลยีสนับสนุนอะไรบ้าง นอกจากนี้ ชาว Millennials ยังมีอาการใจร้อนเพิ่มขึ้นด้วย ผลสำรวจดังกล่าว ถูกจัดทำโดยการเก็บรวบรวมข้อมูลของเอเยนซี่ Viga ซึ่งทำการสำรวจกับประชาชนจำนวน 1,000 คน ช่วงอายุรพหว่าง 18-34 ปี ที่เคยใช้บริการจองโรงแรมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า นักท่องเที่ยวชาวMillennials ค้นหาที่พัก โดยใช้ เว็บไซด์ Google โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาว Millennials มากกว่าครึ่ง จะไม่เลือกจองที่พักหากเว็บไซต์มีระบบการใช้งานยาก ส่วน 49% ที่เหลือบอกว่า จะยกเลิกการจองทันที หากไม่สามารถทำการจองผ่านช่องออนไลน์ได้ แสดงให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้มีความใจร้อนอย่างมาก “โซเชียลมีเดีย” หนึ่งในปัจจัยหลักของการติดสินใจจองที่พัก โซเชียลมีเดียได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ ต่อการติดสินใจเลือกจองที่พักของนักท่องเที่ยวชาว Millennials ซึ่ง 73% ต่างบอกว่า พวกเขามีความต้องการตรวจสอบผลตอบรับในโซเชียลมีเดีย ก่อนติดสินใจเลือกจอง และ 33% บอกว่า จะไม่เลือกจองที่พักเด็ดขาดหากโรงแรมเหล่านนั้นปราศจาก “โซเชียลมีเดีย” โดยจำนวน 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวชาว Millennials นิยมค้นหาที่พักผ่านโซเชียลมีเดีย ส่วนที่เหลือ 83% บอกว่ามีแนวโน้มติดสินใจเลือกจองที่พัก หลังจากที่เห็นภาพตัวอย่างบนโซเชียลมีเดีย นักท่องเที่ยวชาว Millennials ต้องการให้ที่พักมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยี ส่วนปัจจัยสำคัญอีกประการคือ “เทคโนโลยีภายในโรงแรม” นักท่องเที่ยวชาว Millennials 70% ต่างบอกว่า พวกเขามีแนวโน้มตัดสินใจเลือกจองที่พักนั้น ๆ หากมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยีให้ใช้บริการ เช่น การชำระเงินผ่าน Mobile Payment, Smart TV รไปจนถึง Netflix และอีก 57% ชอบโรงแรมที่มี Wifi แรง ๆ สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งกระตุ้นให้คนจองที่พักสูงขึ้น …

Continue Reading

เดินชมไร่ชา พาเก็บวิวสวย กับ 5 ไร่ชาชื่อดังของไทย

ไร่ชา 04

เดินชมไร่ชา พาเก็บวิวสวย กับ 5 ไร่ชาชื่อดังของไทย บรรยากาศหนาวเย็นกำลังดีคงจะมีแค่ที่ภาคเหนือของไทยตอนนี้เท่านั้น เวลาเช้าตรู่ชวนให้รีบตื่นมาสูดอากาศ แต่นอกจากอากาศบริสุทธิ์แล้ว ภาคเหนือของไทยเรายังมีสถานที่ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติและวิวสวยกว้างใหญ่ นั่นคือ ‘ไร่ชา’ มารู้จักกับไร่ชาชื่อดังทั้งหมด 5 แห่ง ที่อาจเข้าไปอยู่ในตัวเลือกของแพลนเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกับวิวธรรมชาติและอากาศเย็นสบายของเดือนมกราคม 1. ไร่ชาฉุยฟง ไร่ชาฉุยฟงเป็นไร่ชาขนาดใหญ่และเก่าแก่ มีพื้นที่ทั้งหมดราวๆ 500 ไร่ ถือว่าเป็นผู้ผลิตชาคุณภาพรายใหญ่ของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บนภูเขาสูง กว่า 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติและทิวเขาที่สวยงามสุดลูกหูลูกตา ที่จุดพักรถจุดที่สองจะมีคาเฟ่ที่ชื่อว่า ‘Choui Fong Tea-Café’ ตัวอาคารเปิดโล่ง ลมเย็นสบาย ด้านบนเป็นลานกว้าง สามารถเดินขึ้นไปถ่ายรูปวิวสวยๆของไร่ชาได้ ในคาเฟ่มีของหวานหลากหลายเมนู เช่น เครื่องดื่ม ไอศครีม เบเกอรี่ และเป็นจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของทางไร่ชาด้วย 2. ไร่ชา 2000 ไร่ชา 2000 ตั้งอยู่พื้นที่บริเวณหุบเขาเล็กๆบนดอยอ่างขาง มีการปลูกชาและสตรอเบอร์รี่เป็นขั้นบันได ยามเช้ามีวิวทะเลหมอกสวยงาม ยามกลางวันมีไอหมอกลอยละล่อง เป็นภาพที่น่าถ่ายเก็บไว้ นอกจากบรรยากาศดีๆแล้ว เรายังจะได้เห็นกังหันลมในบริเวณใกล้ เนื่องจากตัวอาคารหลายๆหลังบนดอยอ่างขางใช้วิธีการผลิตไฟฟ้าจากพลังลมเเละพลังงานเเสงอาทิตย์ นับว่าเป็นอีกเเหล่งผลิตพลังงานจากธรรมชาติอย่างเเท้จริง 3. ไร่ชาลุงเดช ไร่ชาลุงเดช ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ราวๆ 6 ไร่ อยู่ในความดูแลของโครงการหลวง โดยด้านบนของไร่ชาจะมีบ้านไม้ที่มีอาหารและเครื่องดื่มขาย เมนูอาหารส่วนใหญ่ก็จะมีใบชาเป็นส่วนประกอบ ว่ากันว่ารสชาติอร่อยอย่าบอกใคร ส่วนการพักผ่อนค้างคืน ทางไร่มีเต็นท์ให้เช่าราคาเพียงเต็นท์ละ 250 เท่านั้น เรียกว่าได้ใกล้ชิดกินนอนกับธรรมชาติเลยทีเดียว 4. ไร่ชาบ้านลีไวน์ หมู่บ้านรักไทย ไร่ชาบ้านลีไวน์ ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานแต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีรีสอร์ทบ้านพักอยู่ท่ามกลางไร่ชา ล้อมรอบไปด้วยทิวเขา ตอนเช้ามีไอหมอกปกคลุมทั่ว ลักษณะรีสอร์ทจะตกแต่งสไตล์จีนยูนนาน มีโคมไฟสีแดงห้อยประดับ ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนยุคไปในประเทศจีนสมัยก่อน บรรยากาศน่าจิบชาไปพร้อมๆกับดื่มด่ำความวินเทจของรีสอร์ท 5. ไร่สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) ไร่สิงห์ปาร์ค หรือ ไร่บุญรอด เป็นพื้นที่เกษตรกรรมและไร่ชากว่า 600 ไร่ มีการจัดแต่งสวนดอกไม้เมืองหนาวสีสันสวยงามนานาชนิด โดยจัดเป็นรูปแบบฟาร์มทัวร์ให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม นอกจากนี้ยังมีทัศนียภาพอันงดงามในบรรยากาศแห่งขุนเขาเมืองเหนือ ชมพระอาทิตย์ยามเย็นก่อนลับขอบฟ้า และรับประทานอาหารอร่อยได้ที่ร้านอาหารภูภิรมย์ บนจุดชมวิว 360 องศา …

Continue Reading