ไทยติดอันดับ 7 ประเทศที่มีอาหารดึงดูดนักท่องเที่ยว

ไทยติดอันดับ 7 ประเทศที่มีอาหารดึงดูดนักท่องเที่ยว

ไทยติดอันดับ 7 ประเทศที่มีอาหารดึงดูดนักท่องเที่ยว             Hotels.com จัดทำผลสำรวจเกี่ยวกับความชื่นชอบ ในเรื่องการเสาะแสวงหาของกินอร่อยระหว่างเดินทางท่องเที่ยว (Tasty Travels) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ปารีส (27%) โตเกียว (23%) และโรม (22%) คือประเทศที่มีสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยว สำหรับหรับผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติอาหารมากที่สุดในโลก ขณะที่ประเทศไทยก็ได้เข้ามาติดอันดับ 6 ในฐานะดินแดนในฝันของการเดินทางมาเยือน เพื่อลองลิ้มชิมรสของอาหารชั้นยอด โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 90% ต่างให้การยอมรับว่า อาหารถือเป็นปัจจัยสำคัญมากที่สุด ในการติดสินใจเลือกเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ช่วงวันหยุด ซึ่งความสวยงามของชาหาด (41%) หรือแม้แต่แหล่งชอปปิ้ง (25%) ก็ยังไม่อาจสร้างแรงจูงใจได้ดีเท่ากับอาหาร นักท่องเที่ยวไทยต้องการลิ้มลองเมนูอาหารที่หลากหลาย ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นอีกว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยมีความต้องการสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการลิ้มลองรสชาติที่หลากหลาย ตั่งแต่ อาหารหรูในระดับ 5 ดาว (26%) ไปจนถึงความหลากหลายของอาหารท้องถิ่นริมทาง (21%) ณ ปัจจุบันนี้ การรับประทานอาหารได้ก้าวขึ้นมาอยู่ในลำดับต้น ๆ ของรายการสิ่งที่ผู้คน “กลุ่มมิลเลนเนียล” ต้องการทำ โดยนักท่องเที่ยวชาวไทย 85% ระบุว่า ประสบการณ์ด้านอาหาร คือสิ่งที่โดดเด่นและเป็นสิ่งที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ เมื่อนึกถึงการเดินทางท่องเที่ยวย้อนหลัง ซึ่งประสบการณ์ทางด้านอาหารอยู่นั้น อยู่เหนือกว่าการช้อปปิ้ง (23%) หรือแม้แต่เรื่องการใช้เวลาร่วมกันกับเพื่อน ๆ ในระหว่างการเดินทาง (19%) ส่วนทางด้านผลสำรวจที่จัดทำโดย Hotels.com ยังค้นพบอีกว่า เทรนด์การถ่ายภาพในระหว่างการเดินทาง ณ ปัจจุบันนั้น ผู้คนส่วนใหญ่มักยกเรื่องอาหารเข้ามาในลำดับต้น ๆ มากกว่าเพื่อน หรือแม้กระทั่งตนเอง เนื่องจากผู้เข้าร่วมตอบผลสำรวจส่วนมากต่างยอมรับว่า ตนเองชื่นชอบการถ่ายรูปภาพอาหารมากกว่าการถ่ายภาพเซลฟี่ อาหารที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพลงโซเชียลมากที่สุด นอกจากนี้ ผลสำรวจของ Hotels.com ยังเผยให้เห็นอีกว่า พาสต้าและพิซซ่า (32%) คือเมนูอาหารที่นักท่องเที่ยวยุคมิลเลนเนียลต้องการนำมาโพสต์ลงโซเชียลมากที่สุด ตามมาด้วยสเต็ก หรือเนื้อ (27%) ก๋วยเตี๋ยว (25%) ไปจนถึงอาหารท้องถิ่นที่ดูแปลกตาแบบสุด ๆ โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ มักไม่เกิดความกลัวที่จะลองลิ้มชิมรสกับเมนูอาหารแปลก ๆ แต่อย่างใด เนื่องจากจำนวน 1 ใน …

Continue Reading

มาเลเซียเบอร์ 1 ประเทศที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิม มากที่สุดในโลก

มาเลเซียเบอร์ 1 ประเทศที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิม มากที่สุดในโลก

มาเลเซียเบอร์ 1 ประเทศที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิม มากที่สุดในโลก             ผลการสำรวจที่จัดทำโดย Mastercard บริษัทตัวกลางการชำระเงินชั้นนำชื่อดัง พบว่า  “มาเลเซีย” ยังคงครองแชมป์มาได้ 8 ปีติดต่อกัน ในฐานะเป็นประเทศที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก โดยผลสำรวจดังกล่าว ได้วัดตามดัชนีการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลก โดยมีการจัดอันดับจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม รวมทั้งสิ้น 130 ประเทศ ทั้งประเทศในกลุ่มมุสลิม (OIC) และกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม (Non-OIC)  ผลปรากฏว่า มาเลเซีย ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ในกลุ่มประเทศ OIC ที่มีคะแนนสูงสุดอยู่ที่ 80.6 รองลงมาคือ อินโดนีเซียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีทั้งสองประเทศมีคะแนนเท่ากันอยู่ที่ 72.8 คะแนน ขณะเดียวกัน ในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม พบว่าประเทศไทยได้เข้ามาติดอยู่ในอันดับที่ 2 รองจากสิงคโปร์ ตามมาด้วย อังกฤษ และญี่ปุ่น แต่หากไม่นับประเทศที่เป็นมุสลิมและไม่เป็นมุสลิม พบว่าประเทศได้เข้ามาติดอยู่ในอับดับที่ 16 ซึ่งขยับขึ้นมาถึง 2 อันดับ ผลของการพยายามของหลายหน่วยงาน ทำให้ไทยเข้ามาติดในอับดับ 2 ได้ สเหตุที่ทำให้ประเทศไทยเข้ามาติดอยู่ในอับดับ 2 ของประเทศกลุ่ม Non-OIC ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวมุสลิมดีที่สุดในโลกได้ เป็นผลมาจากความพยายามอย่างต่อเนื่องของหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะด้านหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทย ที่ส่งเสริมให้บรรดาร้านอาหารฮาลาลเพิ่มจำนวนมากขึ้น พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม อันดับประเทศกลุ่ม OIC ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวมุสลิมดีที่สุด 1.มาเลเซีย – คะแนน 80.6 2.สหรัฐอาหรับเอมิรตส์ – คะแนน 72.8 3.อินโดนีเซีย – คะแนน 72.8 4.ตุรกี  – คะแนน 69.1 5.ซาอุดิอาระเบีย – คะแนน 68.7 6.กาตาร์ – คะแนน 66.2 7.บาร์เรน – คะแนน 65.9 8.โอมาน – คะแนน 65.1 9.โมรอคโค …

Continue Reading

สายการบินพลาดท่า ขายตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสในราคาชั้นประหยัด แถมใช้ได้จริง

สายการบินพลาดท่า ขายตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสในราคาชั้นประหยัด แถมใช้ได้จริง

สายการบินพลาดท่า ขายตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสในราคาชั้นประหยัด แถมใช้ได้จริง             สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค ยินยอมให้ลูกค้าทุกคนที่ซื้อตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสได้ ในราคาที่ถูกเกินจริง สามารถใช้บริการได้ตามปกติ ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ความผิดพลาดขึ้นกับระบบเว็บไซด์ ที่ให้บริการจองตั๋วออนไลน์ รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า ได้เกิดเหตุการณ์ความผิดพลาดขึ้นกับเว็บไซต์ของสายการบินชื่อดัง “คาเธย์แปซิฟิค” ที่ได้นำเสนอขายตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส-ชั้นธุรกิจ ซึ่งเป็นเที่ยวบินตรงจากเวียดนามไปยังสหรัฐฯอเมริกาและแคนาดา ด้วยราคาสุดถูกเพียง 670 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น หรือเป็นเงินไทยประมาณ 21,540 บาท นับว่าถูกเป็นอย่างยิ่ง โดยมีราคาเทียบเท่ากับตั๋วชั้นประหยัดทั่ว ๆ ไปเท่านั้น ปกติแล้ว ตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสเส้นทางนี้ มีราคาครึ่งล้าน สำหรับตั๋วชั้นเฟิร์สคลาสไป-กลับ ในเส้นทางนี้ ตามปกติแล้วมีราคาอยู่ที่ประมาณ 16,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเป็นเงินไทยประมาณ 514,680 บาท ส่วนตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจมีราคาอยู่ที่ 4,000 – 6,000 ดอลล่าสหรัฐ หรือเป็นเงินไทยประมาณ 127,559 – 191,338 บาท จากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงทำให้สายการบินคาเธย์แปซิฟิคได้ออกแถลงการณ์ ต่อเรื่องที่เกิดขึ้นในสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังอย่างทวิตเตอร์ โดยได้ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นความผิดพลาดของทางสายการบินเอง สำหรับคนที่ซื้อตั๋วเครื่องบิน ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของเว็บไซด์สายการบินคาเธย์แปซิฟิค ทางสายการบินก็ยินดีต้อนรับผู้โดยสารที่มีตั๋วในครอบครองขึ้นเครื่องทุกคน ไม่มีรายงานว่าตั๋วที่ขายออกไป มีจำนวนเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ทางด้านโฆษกของคาเธย์แปซิฟิค ก็ไม่ได้มีการออกมาเปิดเผยว่า ตั๋วชั้นเฟิรสคลาสและตั้วชั้นบิสสิเนสคลาสที่ถูกขายไปอันเนื่องมาจากความผิดพลาดของทางเว็บไซต์นั้น มีผู้โดยสารได้ทำการซื้อไปจำนวนทั้งหมดกี่ใบ บล็อกเกอร์ท่องเที่ยวชื่อดังชาวฮ่องกง หวัง กวนหรัน ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนั้นตนยังทำงานอย่างปกติเรื่อยไป จนกระทั่งพบว่ามีเว็บไซต์จากหลายแห่ง ได้เข้าแจ้งว่าคาเธย์แปซิฟิกกำลังเปิดจำหน่ายตั๋วเครื่องบินในราคาที่ถูกเป็นอย่างมาก จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ตามเวลาฮ่องกง ตนเองได้ใช้ระเวลาทั้งหมดรวม 2 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการซื้อตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสของสายการบินคาเธย์แปซิฟิก ในเที่ยวบินตรงจากเวียดนามไปนิวยอร์กเป็นจำนวนถึง 5 ใบ ตกราคาใบละ 840 สหรัฐ พร้อมกับได้ซื้อตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจมาอีกเป็นจำนวน 1 ใบ ในราคา 699 ดอลล่าร์สหรัฐ โดยเมื่อปีที่ผ่านมาคาเธย์แปซิฟิก จัดเป็นสายการบินที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันอันดุเดือดกับสายการบินคู่แข่ง จากประเทศจีน ส่งผลให้ขาดทุนไปกว่า 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนกระทั่งไม่นานมานี้ ได้ออกมายอมรับว่าโดนแฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลลูกค้าของสายการบินเป็นจำนวนถึง 9.4 ล้านราย ซึ่งรวมไปถึงหมายเลขหนังสือเดินทางและเครดิตการ์ด.

Continue Reading

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดคนกรุงใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วงสงกรานต์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดคนกรุงใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วงสงกรานต์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดคนกรุงใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วงสงกรานต์             ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์คนเมืองกรุงจะใช้จ่ายสะพัดกว่า 25,000 ล้านบาท ชี้สถานการณ์จากปัญหาฝุ่นละอองในเชียงใหม่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ปรับแผนการเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงมากขึ้น ส่วนทางด้านผู้ประกอบการ พบว่า นิยมเจาะตลาดกลุ่มเจนเอ็กซ์-เจนวาย โดยรายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยว่า ในเทศกาลสงกรานต์ปี 2019 นี้ คนกรุงเทพฯ มีอัตราใช้จ่ายคิดเป็นเม็ดเงินราว 25,000 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 3.6% เป็นผลมาจากจำนวนวันหยุดยาวต่อเนื่องถึง 5 วัน ตั่งแต่12-16 เม.ย. สำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว แบ่งออกเป็นค่าใช้จ่ายไปกับการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ (อาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ) 9,650 ล้านบาท, ใช้จ่ายค่าที่พักและการเดินทาง 6,650 ล้านบาท, จ่ายค่าช็อปปิ้ง 4,600 ล้านบาท, และค่าทำบุญไหว้พระ 2,050 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่น ๆ เช่น มอบเงินให้ผู้ใหญ่ในครอบครัว ปัญหาฝุ่น ทำคนกรุงเลี่ยงไปเยือนเชียงใหม่ช่วงสงกรานต์ หันมาเที่ยวจังหวัดใกล้เคียง ส่วนผลกระทบของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ตามพื้นที่ทางภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้คนกรุงเทพฯ ต้องปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางท่องเที่ยว ด้วยการหลีกเลี่ยงการไปเยือนพื้นที่อันตรายจากปัญหาฝุ่นดังกล่าว และหันมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในกรุงเทพฯ หรือออกเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงมากยิ่งขึ้น เช่น ชลบุรี อยุธยา ระยอง คาดว่า ส่วนบรรดาธุรกิจต่าง ๆ ทั้งค้าปลีก ที่พัก หรือร้านอาหารในย่านกรุงเทพฯ ไปจนถึงจังหวัดท่องเที่ยวใกล้เคียง อาจได้รับอานิสงส์จากเรื่องนี้มากขึ้น ผู้ประกอบการเน้นเจาะตลาดลูกค่ากลุ่ม Gen Y และ Gen X เนื่องจากลูกค้ากลุ่ม Gen Y และ Gen X ในวัยทำงาน ที่บรรดาดูผู้ประกอบการต้องการเจาะตลาด มีอำนาจในการติดสินใจซื้อสูง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการประกอบกิจกรรม ในช่วงเทศกาลสงกราต์ ซึ่งก่อให้เกิดเม็ดเงินมหาศาล โดยเฉพาะเม็ดเงินที่ได้มาจากการจัดเลี้ยงสังสรรค์และจับจ่ายใช้สอย การจะเจาะตลาดกลุ่มนี้ให้ได้จนประสบความสำเร็จ มีกลยุทธ์ที่สำคัญคือ …

Continue Reading

ททท.โปรโมทงานไหว้ครูมวยไทยโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว ในวันที่ 16-17 มี.ค

ททท.โปรโมทงานไหว้ครูมวยไทยโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว ในวันที่ 16-17 มี.ค

ททท.โปรโมทงานไหว้ครูมวยไทยโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว ในวันที่ 16-17 มี.ค นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ ตำแหน่งรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว เผยว่า ททท.ได้จับมือกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, กรมศิลปากร, สมาคมครูมวยไทย, สมาคมสถาบันศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย, สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย, พร้อมด้วยสหพันธ์มวยไทยโลก, ร่วมกันจัดงานพิธีไหว้ครูมวยไทยโลก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 15 ภายใต้แนวคิดว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิตของการเรียนมวยไทย ต้องมาเข้าร่วมพิธีไหว้ครูที่ประเทศไทย” ในระหว่างวันที่ 16-17 มีนาคม 2562 เวลา 13.00-19.30 น. ณ วัดมหาธาตุ, วัดหลังคาขาว, อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา งานไหว้ครูมวยไทยโลก จะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมศักดิ์สรี ภายในงานไหวครูมวยไทยโลก จะได้พบกับประสบการณ์การสุดยิ่งใหญ่ ด้วยการไหว้ครูมวยอันศักดิ์สิทธิ์ และการไหว้ครูมวย ที่มีความยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดในโลก โดยครูมวยชั้นนำจากทั่วประเทศ หวังปลูกสร้างจิตสำนึกให้กับชาวต่างชาติที่ชื่นชอบมวยไทย ให้รู้จักพิธีการไหว้ครูตามประเพณีอันดีงามของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการจัดพิธีบวงสรวงบูรพมหากษัตริย์ไทยและการรำไหว้ครูมวยไทย โดยได้รับเกียรติจากนักมวยชื่อดังอย่าง “สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง” “ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” “อนุวัฒน์ แก้วสัมฤทธิ์” และ “พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์” เพื่อมาเป็นตัวแทนขึ้นรำไหว้ครู นำนักกีฬามวยไทยทุกจากชาติที่เข้าร่วมพิธีทุกคน งานไหว้ครูมวยไทยโลก จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยว เหมือนครั้งที่ผ่านมา ททท.ได้กำหนดแผนการส่งเสริมตลาดประจำปี 2562 ขึ้นมา ด้วยการขยายฐานตลาดของนักท่องเที่ยว ทั้งกลุ่ม 2 ตลาด คือกลางและบน เพื่อเสริมสร้างการรับรู้ถึงเอกลักษณ์และคุณค่าของวิถีความเป็นไทย ผ่านงานกิจกรรม เทศกาล และประเพณีอันดีงามไทยของไทย ททท.จึงได้จัดทำโครงการไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 15 ขึ้นมา ผ่านการนำเสนอ ด้วยการใส่เอกลักษณ์ของ “ความเป็นไทย” ลงไป ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและมอบความรู้ความเข้าใจให้กับชาวต่างชาติ ที่มีความสนใจในกีฬามวยไทย ได้รับทราบใจและเห็นถึงความสำคัญของพิธีไหว้ของไทย งานไหว้ครูมวยไทยโลก ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะนักมวยชาวต่างชาติที่มาร่วมงาน ซึ่งมีมากถึง 5 อันดับด้วยกัน ได้แก่ อินเดีย บราซิล อังกฤษ สหรัฐอเมริกา อุซเบกิสถาน โดยมีแนวโน้มผู้เข้าร่วมพิธีเพิ่มขึ้นเป็นประจำทุกปี ททท. จึงตั้งเป้าไว้ว่า …

Continue Reading

นักท่องเที่ยว Millennials นิยมเลือกที่พักผ่านโซเชียล ตัดสินใจจองจากเทคโนโลยี

นักท่องเที่ยว Millennials นิยมเลือกที่พักผ่านโซเชียล ตัดสินใจจองจากเทคโนโลยี

นักท่องเที่ยว Millennials นิยมเลือกที่พักผ่านโซเชียล ตัดสินใจจองจากเทคโนโลยี             ผลสำรวจชาว Millennials กับพฤติกรรมในการเลือกจองที่พัก ขณะเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง พบว่า นิยมเลือกผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก และจะติดติดสินใจจอง ก็ต่อเมื่อที่พักเหล่านั้น มีเทคโนโลยีสนับสนุนอะไรบ้าง นอกจากนี้ ชาว Millennials ยังมีอาการใจร้อนเพิ่มขึ้นด้วย ผลสำรวจดังกล่าว ถูกจัดทำโดยการเก็บรวบรวมข้อมูลของเอเยนซี่ Viga ซึ่งทำการสำรวจกับประชาชนจำนวน 1,000 คน ช่วงอายุรพหว่าง 18-34 ปี ที่เคยใช้บริการจองโรงแรมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า นักท่องเที่ยวชาวMillennials ค้นหาที่พัก โดยใช้ เว็บไซด์ Google โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาว Millennials มากกว่าครึ่ง จะไม่เลือกจองที่พักหากเว็บไซต์มีระบบการใช้งานยาก ส่วน 49% ที่เหลือบอกว่า จะยกเลิกการจองทันที หากไม่สามารถทำการจองผ่านช่องออนไลน์ได้ แสดงให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้มีความใจร้อนอย่างมาก “โซเชียลมีเดีย” หนึ่งในปัจจัยหลักของการติดสินใจจองที่พัก โซเชียลมีเดียได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ ต่อการติดสินใจเลือกจองที่พักของนักท่องเที่ยวชาว Millennials ซึ่ง 73% ต่างบอกว่า พวกเขามีความต้องการตรวจสอบผลตอบรับในโซเชียลมีเดีย ก่อนติดสินใจเลือกจอง และ 33% บอกว่า จะไม่เลือกจองที่พักเด็ดขาดหากโรงแรมเหล่านนั้นปราศจาก “โซเชียลมีเดีย” โดยจำนวน 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวชาว Millennials นิยมค้นหาที่พักผ่านโซเชียลมีเดีย ส่วนที่เหลือ 83% บอกว่ามีแนวโน้มติดสินใจเลือกจองที่พัก หลังจากที่เห็นภาพตัวอย่างบนโซเชียลมีเดีย นักท่องเที่ยวชาว Millennials ต้องการให้ที่พักมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยี ส่วนปัจจัยสำคัญอีกประการคือ “เทคโนโลยีภายในโรงแรม” นักท่องเที่ยวชาว Millennials 70% ต่างบอกว่า พวกเขามีแนวโน้มตัดสินใจเลือกจองที่พักนั้น ๆ หากมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยีให้ใช้บริการ เช่น การชำระเงินผ่าน Mobile Payment, Smart TV รไปจนถึง Netflix และอีก 57% ชอบโรงแรมที่มี Wifi แรง ๆ สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งกระตุ้นให้คนจองที่พักสูงขึ้น …

Continue Reading

เดินชมไร่ชา พาเก็บวิวสวย กับ 5 ไร่ชาชื่อดังของไทย

ไร่ชา 04

เดินชมไร่ชา พาเก็บวิวสวย กับ 5 ไร่ชาชื่อดังของไทย บรรยากาศหนาวเย็นกำลังดีคงจะมีแค่ที่ภาคเหนือของไทยตอนนี้เท่านั้น เวลาเช้าตรู่ชวนให้รีบตื่นมาสูดอากาศ แต่นอกจากอากาศบริสุทธิ์แล้ว ภาคเหนือของไทยเรายังมีสถานที่ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติและวิวสวยกว้างใหญ่ นั่นคือ ‘ไร่ชา’ มารู้จักกับไร่ชาชื่อดังทั้งหมด 5 แห่ง ที่อาจเข้าไปอยู่ในตัวเลือกของแพลนเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกับวิวธรรมชาติและอากาศเย็นสบายของเดือนมกราคม 1. ไร่ชาฉุยฟง ไร่ชาฉุยฟงเป็นไร่ชาขนาดใหญ่และเก่าแก่ มีพื้นที่ทั้งหมดราวๆ 500 ไร่ ถือว่าเป็นผู้ผลิตชาคุณภาพรายใหญ่ของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บนภูเขาสูง กว่า 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติและทิวเขาที่สวยงามสุดลูกหูลูกตา ที่จุดพักรถจุดที่สองจะมีคาเฟ่ที่ชื่อว่า ‘Choui Fong Tea-Café’ ตัวอาคารเปิดโล่ง ลมเย็นสบาย ด้านบนเป็นลานกว้าง สามารถเดินขึ้นไปถ่ายรูปวิวสวยๆของไร่ชาได้ ในคาเฟ่มีของหวานหลากหลายเมนู เช่น เครื่องดื่ม ไอศครีม เบเกอรี่ และเป็นจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของทางไร่ชาด้วย 2. ไร่ชา 2000 ไร่ชา 2000 ตั้งอยู่พื้นที่บริเวณหุบเขาเล็กๆบนดอยอ่างขาง มีการปลูกชาและสตรอเบอร์รี่เป็นขั้นบันได ยามเช้ามีวิวทะเลหมอกสวยงาม ยามกลางวันมีไอหมอกลอยละล่อง เป็นภาพที่น่าถ่ายเก็บไว้ นอกจากบรรยากาศดีๆแล้ว เรายังจะได้เห็นกังหันลมในบริเวณใกล้ เนื่องจากตัวอาคารหลายๆหลังบนดอยอ่างขางใช้วิธีการผลิตไฟฟ้าจากพลังลมเเละพลังงานเเสงอาทิตย์ นับว่าเป็นอีกเเหล่งผลิตพลังงานจากธรรมชาติอย่างเเท้จริง 3. ไร่ชาลุงเดช ไร่ชาลุงเดช ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ราวๆ 6 ไร่ อยู่ในความดูแลของโครงการหลวง โดยด้านบนของไร่ชาจะมีบ้านไม้ที่มีอาหารและเครื่องดื่มขาย เมนูอาหารส่วนใหญ่ก็จะมีใบชาเป็นส่วนประกอบ ว่ากันว่ารสชาติอร่อยอย่าบอกใคร ส่วนการพักผ่อนค้างคืน ทางไร่มีเต็นท์ให้เช่าราคาเพียงเต็นท์ละ 250 เท่านั้น เรียกว่าได้ใกล้ชิดกินนอนกับธรรมชาติเลยทีเดียว 4. ไร่ชาบ้านลีไวน์ หมู่บ้านรักไทย ไร่ชาบ้านลีไวน์ ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานแต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีรีสอร์ทบ้านพักอยู่ท่ามกลางไร่ชา ล้อมรอบไปด้วยทิวเขา ตอนเช้ามีไอหมอกปกคลุมทั่ว ลักษณะรีสอร์ทจะตกแต่งสไตล์จีนยูนนาน มีโคมไฟสีแดงห้อยประดับ ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนยุคไปในประเทศจีนสมัยก่อน บรรยากาศน่าจิบชาไปพร้อมๆกับดื่มด่ำความวินเทจของรีสอร์ท 5. ไร่สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) ไร่สิงห์ปาร์ค หรือ ไร่บุญรอด เป็นพื้นที่เกษตรกรรมและไร่ชากว่า 600 ไร่ มีการจัดแต่งสวนดอกไม้เมืองหนาวสีสันสวยงามนานาชนิด โดยจัดเป็นรูปแบบฟาร์มทัวร์ให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม นอกจากนี้ยังมีทัศนียภาพอันงดงามในบรรยากาศแห่งขุนเขาเมืองเหนือ ชมพระอาทิตย์ยามเย็นก่อนลับขอบฟ้า และรับประทานอาหารอร่อยได้ที่ร้านอาหารภูภิรมย์ บนจุดชมวิว 360 องศา …

Continue Reading

นอร์เวย์ สร้างโรงแรมพลังงานประจุบวกแห่งแรกในโลก แถบขั้วโลกเหนือ

นอร์เวย์ สร้างโรงแรมพลังงานประจุบวกแห่งแรกในโลก แถบขั้วโลกเหนือ

นอร์เวย์ สร้างโรงแรมพลังงานประจุบวกแห่งแรกในโลก แถบขั้วโลกเหนือ             บริเวณแนวชายฝั่ง Helgeland ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศนอเวย์ มีบางบางอย่างแปลกตาที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางธรรมชาติที่แสนสวยงาม ด้วยภูเขาที่โอบล้อมธารน้ำแข็งและทะเลสาบ นั่นคือ “Svart” โรงแรม ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป้าหมาย ในการนำพลังงานประจุบวกมาใช้แห่งแรกในโลก เตรียมพร้อมเปิดให้บริการในปี 2021 ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ ถูกออกแบบโดยบริษัทสถาปัตยกรรมนานาชาติ Snøhetta ผู้มากประสบการณ์ ตัวโรงแรม Svart เกือบทั้งหมด ถูกออกแบบมาให้ล้ำสมัย โรงแรม Svart แห่งนี้ ถูกออกแบบขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนในรูปแบบวงกลมแห่งอนาคต ที่มีความล้ำสมัย โดยในตัวอาคารทั้งหลัง จะใช้ระบบพลังงานความร้อนจากใต้พิภพ ควบคู่ไปกับพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับการผลิตพลังงานต่าง ๆ ภายในโรงแรม ที่ตั้งโรงแรม Svart มีความพิเศษ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้มาเยือน Arctic Circle หรือวงกลมอาร์กติก ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม Svart เป็นที่รับรู้โดยทั่วกันว่า เป็นพื้นที่ในแถบละติจูดที่อยู่หนือสุดของโลก จึงทำให้มีอากาศหนาวเย็นเป็นอย่างมาก จนทำให้ไร้ผู้อยู่อาศัย ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้คงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาเอาไว้ได้ ซึ่งพื้นที่ Arctic Circle ขึ้นชื่อในเรื่องความงดงาน ที่มีเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหา จึงเปรียบเสมือนแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่กำลังมอหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้มาเยือน ในภูมิภาคที่ห่างไกลที่สุดในโลก โดยในปี 2015 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจำนวน 3.6 ล้านคน ที่ตั้งใจเดินทางไปยังนอร์เวย์ ทำให้อัตราการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 12% จากปี 2014 และเพิ่มขึ้นเป้นประจำทุกปี การก่อสร้างของโรงแรม Svart เป็นไปตามมาตรฐานในทุกด้าน สำหรับการก่อสร้างแรมพลังงานบนพื้นที่แห่งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายมากนัก เพราะต้องถูกออกแบบอย่างรอบครอบ นอกจากนี้ ทุกอย่างต้องประยุกต์ให้เข้ากับธรรมชาติมากที่สุด เนื่องจากธรรมชาติในอาร์กติก ค่อนข้างมีความเปราะบางและมีความเก่าแก่ จึงต้องปกป้องเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ทีมงานของ Snøhetta บริษัทผู้ออกแบบ เผยว่า ในทุกด้านของโรงแรม จะเต็มไปด้วยประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน โดยในขั้นตอนแรก ทีมงานจะสร้างทรัพย์สินจากวัสดุในท้องที่ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเป็นหลัก เช่น หิน และไม้ ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อสภาพอากาศ ส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานน้อยที่สุดในการก่อสร้างและการขนส่ง …

Continue Reading

ครม.เปิดงาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์แกรนด์เซล” กระตุ้นการท่องเที่ยว

ครม.เปิดงาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์แกรนด์เซล” กระตุ้นการท่องเที่ยว

ครม.เปิดงาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์แกรนด์เซล” กระตุ้นการท่องเที่ยว             ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยต่อที่ประชุม ครม. ว่ามีความเห็นชอบต่อมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย ภายใต้ชื่องาน “Amazing Thailand Grand Sale Privilege Passport” โดยนำผู้ผลิตสินค้า ห้างสรรพสินค้า ตัวแทนจำหน่ายตั๋วต่าง ๆ และทัวร์นำเที่ยว ให้ส่วนลดราคาสินค้าเพิ่มเติม On top จากคนไทย สำหรับชาวต่างชาติที่ถือพาสปอร์ต กำหนดเริ่มต้นตั่งแต่วันที่ 15 พ.ย.-15 ม.ค.62 นอกจากนี้ ยังมีการเปิดให้ห้างสรรพสินค้า ผู้ประกอบการ สามารถตั้งจุดคืนภาษีให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (Vat ReFund)  ได้ทุกคน ไปจนถึงการเพิ่มช่องทางตรวจวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นกรณีพิเศษในสนามบินนานาชาติจำนวน 5 แห่ง ออกมาตรการให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เดินทางเข้าออกได้ง่ายขึ้น สำหรับมาตราการผ่อนปรนตรวจลงตราวีซ่า Double Entry นั้น นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาเยือนประเทศไทยได้ 2 ครั้ง ต่อการขอวีซ่าครั้งเดียว เป็นระยะเวลาทั้งหมด 2 เดือน ซึ่งมาตรการนี้ ผ่อนปรนให้กับนานาประเทศเดินทางเข้ามาเยือนไทยได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการอนุโลมเกี่ยวกับวีซ่าทางบก ที่จากเดิมอนุญาตให้ผ่านเข้าออกไทยได้ 2 ครั้งต่อปี เมื่อขับรถผ่านชายแดนเข้ามาภายในอณาเขตของไทย ให้สามารถเดินทางเข้าออกชายแดนได้ เหมือนกับการเดินทางโดยเครื่องบินไม่จำกัดจำนวนครั้ง เพื่อให้ชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน สามารถขับรถหรือเดินทางเข้าออกชายแดนได้เหมือนเดินทางด้วยเครื่องบินไม่จำกัดจำนวนครั้ง เพื่อให้ง่ายต่อการเดินทางมามารักษาพยาบาล ซื้อสินค้า ประชุม แล้วเดินทางกลับภูมิลำเนา ชาวต่างชาติในไทย ก็สามารถออกไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้แล้ว ชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ภายในไทย ยังสามารถเดินทางไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน แล้วกลับมาพักในไทยได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน โดยมีกำหนดการให้เริ่มทดลองใช้เป็นเวลา  2 เดือน เพื่อให้การเดินทางมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลายื่นขอวีซ่าทุกครั้ง เมื่อต้องการเดินทางเข้าออก หลังจากยอดรวมทั้งหมด ของนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 61 พบว่ามีถึง 31 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขั้นจากเดิม ร้อยละ 7.83  จึงคาดว่า เมื่อออกมาตรส่งเสริมการท่องเที่ยวเสร็จสิ้น ก็ช่วยจะผลักดันให้มียอดนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนประเทศไทยได้เพิ่ม  38 ล้านคน ตามเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า มาตรการดังกล่าวไม่เคยนำออกมาใช้มาก่อน …

Continue Reading

เปิดภูกระดึงวันแรกรับลมหนาว เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

เปิดภูกระดึงวันแรกรับลมหนาว เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

เปิดภูกระดึงวันแรกรับลมหนาว เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว             หลังจากประกาศปิดการท่องเที่ยวประจำปี ในช่วงฤดูฝน ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย ตั่งแต่ 1 มิถุนายน ไปจนถึงกันยายนของทุกปี เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและธรรมชาติ ไปจนถึงการปรับปรุงซ่อมแซมที่พัก โดยเจะปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปพิชิตยอดภูกระดึงได้ตั่งแต่  วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึง 31 พฤษภาคม 2562 ภายหลังจากเปิดอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสัมผัสอากาศหนาว และธรรมชาติที่คงความอุดมสมบูรนณ์ พบว่าปีนี้  บรรยากาศเริ่มมีความคึกคัก เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวจังหวัดเลยและจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมา ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายตัว นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ เผย ขึ้นภูกระดึงเป็นครั้งที่ 5 แล้ว นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯรายนี้ เผยว่า ล่าสุด ตนได้ขึ้นภูกระดึงเป็นครั้งที่ 5 แล้ว โดยเฉลี่ยจะขึ้น 1-2  ต่อปี ชอบขึ้นในช่วงเปิดภูใหม่ ๆ เพราะสามารถสัมผัสกับบรรยากาศที่บริสุทธิ์ พร้อมกับสัมผัสธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งภูกระดึงเต็มไปด้วยธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลายไปมากเหมือนกับอุทยานฯ แห่งอื่น ๆ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภู ระบุว่า อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ถือเป็นยอดเขาที่มีความมหัศจรรย์ของเมืองเลย เพราะมีลักษณะเป็นถูเขาหินทรายตัดเรียบ มีจุดสูงสุด 1,316 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าในป่าสนและมีหน้าผาสวยงามอีกหลายแห่ง เช่น ผานกแอ่น และผาหล่มสักที่เสมือนกับสัญลักษณ์ของภูกระดึง จุดเด่นของภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400 – 1,200 เมตร มีจุดสูงที่คือ บริเวณคอกเมย โดยมีความสูง 1,316 เมตร สภาพแวดล้อมทั่วไปของภูกระดึงประกอบไปด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด สัตว์ป่านานาพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพอง ซึ่งถือเป็นสายน้ำสำคัญแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องด้วยความสูง จึงทำให้มีบรรยากาศที่เย็นสบายตลอดปีบนยอดถูกระดึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฤดูหนาวมาเยือน อุณหภูมิอาจลดต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส สิ่งเหล่านี้ ถือเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวปรารถนา ที่จะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึงให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ทำไมต้องปิดทำการภูกระดึงในช่วงฤดุฝน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนนั้น ถูกระดึงมักจะเกิดภัยธรรมชาติอยู่บ่อย ๆ เช่น เกิดการพังทลายของภูเขาและมีน้ำป่าไหลหลาก ด้วยเหตุนี้ ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดให้ปิดการท่องเที่ยว เฉพาะบนยอดเขาภูกระดึงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการให้และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและได้มีการพักฟื้นตัว …

Continue Reading