เปิดภูกระดึงวันแรกรับลมหนาว เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

เปิดภูกระดึงวันแรกรับลมหนาว เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

เปิดภูกระดึงวันแรกรับลมหนาว เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว             หลังจากประกาศปิดการท่องเที่ยวประจำปี ในช่วงฤดูฝน ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย ตั่งแต่ 1 มิถุนายน ไปจนถึงกันยายนของทุกปี เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและธรรมชาติ ไปจนถึงการปรับปรุงซ่อมแซมที่พัก โดยเจะปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปพิชิตยอดภูกระดึงได้ตั่งแต่  วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึง 31 พฤษภาคม 2562 ภายหลังจากเปิดอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสัมผัสอากาศหนาว และธรรมชาติที่คงความอุดมสมบูรนณ์ พบว่าปีนี้  บรรยากาศเริ่มมีความคึกคัก เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวจังหวัดเลยและจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมา ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายตัว นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ เผย ขึ้นภูกระดึงเป็นครั้งที่ 5 แล้ว นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯรายนี้ เผยว่า ล่าสุด ตนได้ขึ้นภูกระดึงเป็นครั้งที่ 5 แล้ว โดยเฉลี่ยจะขึ้น 1-2  ต่อปี ชอบขึ้นในช่วงเปิดภูใหม่ ๆ เพราะสามารถสัมผัสกับบรรยากาศที่บริสุทธิ์ พร้อมกับสัมผัสธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งภูกระดึงเต็มไปด้วยธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลายไปมากเหมือนกับอุทยานฯ แห่งอื่น ๆ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภู ระบุว่า อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ถือเป็นยอดเขาที่มีความมหัศจรรย์ของเมืองเลย เพราะมีลักษณะเป็นถูเขาหินทรายตัดเรียบ มีจุดสูงสุด 1,316 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าในป่าสนและมีหน้าผาสวยงามอีกหลายแห่ง เช่น ผานกแอ่น และผาหล่มสักที่เสมือนกับสัญลักษณ์ของภูกระดึง จุดเด่นของภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400 – 1,200 เมตร มีจุดสูงที่คือ บริเวณคอกเมย โดยมีความสูง 1,316 เมตร สภาพแวดล้อมทั่วไปของภูกระดึงประกอบไปด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด สัตว์ป่านานาพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพอง ซึ่งถือเป็นสายน้ำสำคัญแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องด้วยความสูง จึงทำให้มีบรรยากาศที่เย็นสบายตลอดปีบนยอดถูกระดึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฤดูหนาวมาเยือน อุณหภูมิอาจลดต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส สิ่งเหล่านี้ ถือเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวปรารถนา ที่จะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึงให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ทำไมต้องปิดทำการภูกระดึงในช่วงฤดุฝน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนนั้น ถูกระดึงมักจะเกิดภัยธรรมชาติอยู่บ่อย ๆ เช่น เกิดการพังทลายของภูเขาและมีน้ำป่าไหลหลาก ด้วยเหตุนี้ ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดให้ปิดการท่องเที่ยว เฉพาะบนยอดเขาภูกระดึงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการให้และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและได้มีการพักฟื้นตัว …

Continue Reading

สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ กับการท่องเที่ยวในอวกาศ

สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ กับการท่องเที่ยวในอวกาศ

สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ กับการท่องเที่ยวในอวกาศ             “นักท่องเที่ยว” ต่างมีความเคยชินกับการออกเดินทางเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ชื่นชมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนต่างถิ่น ไปจับจ่ายใช้สอย ไปกินและดื่ม ทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่องปกติของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ แต่ทว่า มีนักท่องเที่ยวอีกกลุ่ม ไม่ได้จำกัดการเดินทางไว้แค่บนโลกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะพวกเขาเหล่านี้ มีความคิดก้าวใกลไปถึงการท่องเที่ยวนอกโลกเลยทีเดียว เพื่อเสาะแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่บนโลกนี้ไม่สามารถมอบให้ได้ ทัวร์อวกาศ เป็นอย่างไร? การท่องเที่ยว หรือทัวร์ไปบนอวกาศ คือ การพาผู้โดยสาร ออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าประทับใจบนสถานีอวกาศนานาชาติ พร้อมกับมีกิจกรรมอีกมากมายให้เลือกทำ เช่น ออกไปเดินเล่นนอกยานอวกาศ หรือการไปชมดวงจันทร์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการซื้อตั๋วท่องเที่ยวไปบนอวกาศกับบริษัทนำเที่ยว จะต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์พร้อม รักการท่องอวกาศ มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ดังนั้น หากใครไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว อาจต้องสละสิทธิ์และขายตั๋วให้กับนักท่องเที่ยวท่านอื่นไป สามารถหาซื้อทัวร์อวกาศได้ที่ไหนบ้าง? ด้วยราคาค่าโดยสารที่แพง ทำให้ ณ ตอนนี้ เหลือบริษัทที่เปิดขายทัวร์ท่องเที่ยวอวกาศอยู่ทั้งสิ้นจำนวน 7 แห่งด้วยกัน ได้แก่ เวอร์จิน กาแลกติก, สตาร์เชสเซอร์, บลู ออริจิน, อาร์มาดิลโล แอโรสเปซ, เอ็กซ์คอร์ แอโรสเปซ, ร็อกเกตเพลน และ สเปซ แอดเวนเจอร์ สำหรับตั๋วท่องเที่ยวอวกาศต่อครั้งนั้น มีราคาเริ่มต้นที่ 20-35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 580 – 1,016 ล้านบาท ต่อการไปเยือนสถานีอวกาศนานานชาติหนึ่งครั้ง โดยจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ไปกับการใช้ชีวิตนอกโลก ส่วนนักท่องเที่ยวที่อยากชมดวงจันทร์แบบเต็มตา ก็สามารถนั่งยานอวกาศไปรอบ ๆ  ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งตั๋วแบบนี้ มีราคาอยู่ที่ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,900 ล้านบาท มีนักท่องเที่ยวที่เคยออกไปทัวร์อวกาศหรือไม่? อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ค่าใช้ในการทัวร์ท่องเที่ยวไปบนอวกาศจะสูง แต่ทว่า ก็มีผู้ที่เคยไปสัมผัสมาความงดงามของจักรวาลมาแล้วถึง 7 คนด้วยกัน แต่มีผู้ที่เคยไปมาและยอมให้เปิดเผยตัวตนให้ทุกคนรับรู้เพียงแค่ 1 คน คือ นายเดนนิส ติโต้ นักธุรกิจเลือดผสมครึ่งรัสเซียและสหรัฐฯ …

Continue Reading

ผลวิจัยระบุ การท่องเที่ยวทำลายสิ่งแวดล้อมกว่าที่คิด

ผลวิจัยระบุ การท่องเที่ยวทำลายสิ่งแวดล้อมกว่าที่คิด

ผลวิจัยระบุ การท่องเที่ยวทำลายสิ่งแวดล้อมกว่าที่คิด             “การท่องเที่ยว” ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เศรฐกิจโลกขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมในดวงใจของใครหลายคน แต่ทว่า ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยซิดนีย์แสดงให้เห็นถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของการท่องเที่ยวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์และคณะ คำนวณไว้ว่า การเกิดภาวะเรื่อนกระจก หรือภาวะ “โลกร้อน” จากการท่องเที่ยวใน 160 ประเทศ พบว่า ส่วนหนึ่งมาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่สามารถปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 4.5 กิกะตัน ประมาณ 4,500 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 8% ของก๊าซเรือนกระจกที่ปลดปล่อยเข้าสู่บรรยากาศโลก เกือบทุกกิจกรรมของการท่องเที่ยว ที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนฯ จากการประมาณการณ์ล่าสุด มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 1-2 กิกะตันต่อปี สำหรับสาเหตุที่ทำให้เพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ ทีมงานได้ทำการสำรวจเจาะลึกลงไปที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรงจากการขนส่งทางอากาศเท่านั้น แต่ทว่า ภายในครั้งนี้ ทางทีมงานได้เพิ่มการสำรวจการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทางอ้อมไว้ด้วย นั่นรวมไปถึงกระบวนการผลิตอาหารเพื่อรองรับการท่องเที่ยว การดูแลรักษาที่พักหรือโรงแรม และการผลิตของที่ระลึกต่าง ๆ มีแนวโน้มสูงที่ก๊าซคาร์บอนฯ จะถูกปลดปล่อยออกมามากขึ้นในวันข้างหน้า จากผลสำรวจในปี 2013 แสดงให้เห็นว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้การท่องเที่ยวทั่วโลกต่อปี มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากขึ้น ถึง1-2 กิกะตันนั่นเอง ที่สำคัญ ทีมวิจัย ยังค้นพบอีกว่า การปลดปล่อยรอยเท้าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( Carbon Footprint) จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้น มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในแต่ละปี จาก 3.9 กิกะตันไปสู่ 4.5 กิกะตันในปี 2013 และจะเพิ่มมากขึ้นในวันข้างหน้า สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการท่องเที่ยวมีอัตราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากสถานการณ์ยังคงไม่ดีขึ้น จะส่งผลให้รอยเท้าคาร์บอนที่เกิดจากการท่องเที่ยวภายในปี ค.ส 2025 อาจมีค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 6.5 กิกะตันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าว พบว่า ประเทศที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการท่องเที่ยวมากที่สุดโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อันเนื่องจาก ประชาชนภายในประเทศแห่งเสรีภาพนี้ นิยมเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศตนเองอยู่เป็นประจำ แต่ทว่า ประเทศที่มีฐานเศรษฐกิจที่ค่อนดีอย่างจีน อินเดีย และบราซิลนั้น ก็เป็นที่น่าจับตามอง จากการที่ประชาชนผู้มีกำลังซื้อนิยมเดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดหมายแปลกใหม่อย่างสม่ำเสมอ

Continue Reading

งานเทศกาลดนตรีสมุย Samui Asia Music Festival 2018

Samui Asia Music Festival 2018

งานเทศกาลดนตรีสมุย Samui Asia Music Festival 2018 ททท.สำนักงานเกาะสมุย ประกาศการจัดงานเทศกาลดนตรีสมุยเอเชียครั้งแรกในงาน Samui Asia Music Festival 2018 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2561  ณ พรุเฉวง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี งานเทศกาลดนตรีสมุยเอเชียมิวสิคอวอร์ดครั้งนี้ มีประสบการณ์ทางดนตรีที่ยอดเยี่ยมของเอเชีย ททท. ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดงานและสนับสนุนการจัดงานระดับโลกอีกครั้งหนึ่งในเมืองไทยซึ่งคาดว่าจะดึงดูดความสนใจของชาวเกาะสมุยและชาวต่างชาติได้มากขึ้น Samui Asia Music Festival ได้รับการจัดอย่างสมบูรณ์แบบด้วยแนวคิดการสื่อสารแบบใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประเทศไทยทั้งจากมุมมองใหม่และที่มีอยู่ เทศกาลดนตรีสมุยเอเชียมิวสิค 2018 พร้อมกับเพลงแนวน่าฟังจะนำเสนอเทศกาลอาหารที่ผู้คนเลือกมากมายในอาหารและเครื่องดื่มในตลาดของเทศกาล เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่สัญญาว่าจะเป็นงานเทศกาลที่น่าตื่นเต้นสนุกสนานและน่าตื่นเต้นเทศกาล เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวทางด้านดนตรีของเกาะสมุย และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียเข้ามาในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัด ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเทศกาลดนตรีบนเกาะสมุยครั้งแรกที่ได้รวบรวมศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีชื่อเสียง มาร่วมสร้างความประทับใจ โดยเข้าชมฟรี นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกต่างๆกว่า 200 บูธในราคาย่อมเยาอีกด้วย

Continue Reading

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน

ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน   ททท. เปิดตัวโครงการ อส. Social อาสาสมัครชาวโซเชียล ร่วมโปรโมทชุมชนให้กระฉ่อนโซเชียล ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวและนอนโฮมสเตย์ชุมชน แบบวันไนท์ สเตย์ วิท โลคอล “One Night Stay with Locals”   กรุงเทพ 16 กรกฎาคม 2561 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) , บริษัท เอวิส เรนท์ อะ คาร์ , Read Me.me (รีดมีดอทมี) , เว็บไซต์ท่องเที่ยวทราเวลไอโกดอทคอท เปิดตัวโครงการ อส. Social รวมพลังอาสาสมัครชาวโซเชียลช่วยโปรโมทชุมชนไทยให้กระฉ่อนโซเชียล ชวนคนรุ่นใหม่ไปเที่ยวชุมชน   นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ไปเที่ยวชุมชน เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการทำการตลาดท่องเที่ยวชุมชน จากข้อมูลที่ ททท. สำรวจความคิดเห็นของนักเดินทางคนรุ่นใหม่ พบว่า คนรุ่นใหม่ต้องการไปชุมชนที่มีกิจกรรมสนุก มีที่ให้ถ่ายรูปสวยๆ ไว้อัพเดทโปรไฟล์ มีอาหารท้องถิ่นที่นำเสนออย่างน่าสนใจเห็นแล้วต้องถ่ายรูป มีที่พักเก๋ๆ น่ารัก น่านอน และกลุ่มคนรุ่นใหม่ มองว่าข้อมูลชุมชนท่องเที่ยวที่ปรากฏอยู่บนสื่อออนไลน์ สื่อโซเชียลมีอยู่น้อยมาก ซึ่งยังไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจมากพอ จากข้อมูลนี้ ททท. ได้นำมาเป็นแนวทางในการทำงานโดยเริ่มจากการคัดสรรชุมชนท่องเที่ยวตามโจทย์ ความสนใจของคนรุ่นใหม่ และเชิญทีมนักออกแบบจากคณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยวมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาช่วยเพิ่มเติมเสน่ห์ชุมชนให้โดนใจคนรุ่นใหม่ ด้วยการออกแบบการนำเสนออาหารท้องถิ่น        

Continue Reading

ผลวิจัยยืนยัน การท่องเที่ยวทำให้สุขภาพดีขึ้น

ผลวิจัยยืนยัน การท่องเที่ยวทำให้สุขภาพดีขึ้น

ผลวิจัยยืนยัน การท่องเที่ยวทำให้สุขภาพดีขึ้น             ใครหลายคนอยากมีสุขภาพที่ดี ดังนั้นหากมีวิธีดี ๆ ที่ช่วยให้เราสุขภาพดีขึ้นได้ เป็นใครจะไม่ทำจริงหรือไม่ จากผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งได้เผยให้เห็นว่า การท่องเที่ยวไม่ได้ให้เพียงแค่อากาศบริสุทธิ์ที่กว่าในเมืองหลาวงเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย หากในตอนนี้ใครกำลังรู้สึกเบื่อหน่าย รู้สึกชีวิตไม่มีเป้าหมาย รู้สึกไม่มีชีวิตชีวา การท่องเที่ยวอาจทำให้แรงบันดาลใจ และไฟในตัวของคุณฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งก็ได้ เพียงแค่วางแผนการท่องเที่ยว ก็เพิ่มความสุขในชีวิตได้ จากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Surrey ในสหราชอาณาจักรที่ได้ทำการศึกษาเมื่อปี 2002 ค้นพบว่า คนเราจะมีความสุขมากเพิ่มมากขึ้นเมื่อรู้ว่าจะได้ออกไปท่องเที่ยว เราจะมีการวางแผนเตรียมตัว และรู้สึกมีความสุขเมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดข้างหน้า นอกจากนี้ ตามข้อมูลเมือปี 2013 จากผลการสำรวจความเครียดที่เกิดขึ้นกับชาวอเมริกา ของ American Psychological Association ค้นพบว่าการออกไปเดินทางท่องเที่ยวช่วยลดความเครียดได้จริง และลดความรู้สึกแย่ ๆได้ดีอีกด้วย ดังนั้น หากใครที่เริ่มรู้สึกเครียดจากการงาน ความรัก ครอบครัว แล้วหลบหนีไปเที่ยวก่อนจากนั้นค่อยกลับมารับมืออีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดหัวใจวายได้เป็นอย่างดี อันตรายที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนอย่าง “โรคหัวใจ” ผลการการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่า พบว่า ผู้ที่ไม่ได้ท่องเที่ยวติดต่อมาหลายปีจำนวน 30% มีเกณฑ์เกิดโรคหัวใจได้ ส่วนผู้ที่ออกเดินทางเที่ยวเป็นประจำมีเพียง 20% เท่านั้นที่มีสิทธิ์เสียชีวิตจากโรคหัวใจ เหตุผลก็เพราะว่า ผู้ที่ออกเดินทางท่องเที่ยวเป็นประจำจะต้องเดินเป็นระยะทางไกล ยิ่งเดินทางท่องเที่ยวมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย เรื่องจากมีสิ่งตื่นเต้นเร้าใจรออยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบแอดแวนเจอร์ก็ยิ่งทำให้สุขภาพร่างกายดีขึ้นไปอีก ทำให้เข้าใจชีวิตมากยิ่งขึ้น สำหรับสิ่งของบางสิ่งบางอย่างเมื่อลงทุนซื้อไปแล้ว อาจจะได้แค่ของกลับมา เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้ามันก็สลายหายไป แต่หากนำมันไปใช้กับการเดินทางท่องเที่ยวแล้วล่ะก็ ประสบการณ์ที่ได้รับกลับมาก็จะเพิ่มมากขึ้น และต่อให้เวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน ความทรงจำในการท่องเที่ยวเหล่านั้นก็ยังอยู่กับเราไปตลอดชีวิต แม้แต่ทริปท่องเที่ยวระยะเวลาสั้น ๆ เช่นกัน ก็จะทำให้คุณได้เห็นถึงความหลากหลายของวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ วิถีชีวิต ที่แตกต่างกันออกไปได้ ที่สำคัญ จากผลการศึกษาวิจัยจอง Cornell ยังเผยให้เห็นว่า การออกเดินทางท่องเที่ยวจะทำให้คุณได้อะไรที่คุ้มมากกว่าการซื้อของเสียอีก

Continue Reading

TAT Startup เฟ้นหาผู้ประกอบการธุรกิจยุคใหม่

tat-startup-business-contest

การจัดประกวด TAT Startup เฟ้นหาผู้ประกอบการธุรกิจยุคใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวเรื่อง การจัดประกวด TAT Startup เฟ้นหาผู้ประกอบการธุรกิจยุคใหม่ (ธุรกิจเปิดใหม่ และต่อยอดธุรกิจเดิม) โดยผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์สำคัญ และเป้าหมายของการจัดงานภายในครั้งนี้ รวมทั้งมีการเชิญชวนผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ มาเข้าร่วมสมัครการประกวดนี้อีกด้วย   นายยุทธศักดิ์ สุภสร (ผู้ว่า ททท.) – ต้องการให้เกิดความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม หรือ Value Based Economy ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 – เพื่อสร้างประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่ม และโอกาสใหม่ๆ โดยส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศให้เติบโตสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลก – ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การเปิดหนังสือท่องเที่ยวเพื่อหาข้อมูลนั้นเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่นิยมกันแล้ว ดังนั้นเราควรที่จะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว     นายนพพล อนุกูลวิทยา (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและผู้ร่วมก่อตั้ง Take Me Tour) – Take me tour เป็น platform เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวต่างชาติกับคนพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย เพื่อสัมผัสประสบการณ์กับชาวบ้านในท้องถิ่นโดยตรง – ณ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่สนใจจะเป็น Startup เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน รวมถึงประเทศไทยถือว่าจับอะไรก็เป็นเงินทอง เพราะแหล่งทรัพยากรนั้นมีความอุดมสมบูรณ์   นายระวี อุ่นภัทร (ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs Startup) – ในฐานะพันธมิตรหลักนั้น ต้องการที่จะช่วยผลักดันรายได้ไปสู่ชุมชนในวงกว้างมากขึ้น – เกิดนโยบายพัฒนานักศึกษาในรั้วมหาลัยให้เกิดความคิดผู้ประกอบการยุคใหม่ โดยร่วมมือกับหลายๆมหาลัย    และสร้าง co-working space มากกว่า 80 มหาลัย เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ด้านธุรกิจ   นายวรมิตร ครุฑโต (รองกรรมผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย) – ในบทบาทของธนาคารนั้นต้องการสร้างโอกาสให้กับนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ต้องใช้เงินลงทุนเองหรือสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาธุรกิจ >> สินเชื่อให้กับธุรกิจและบริการร่วมลงทุน – สร้าง co-working space ให้คำปรึกษาในธุรกิจที่สนใจไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท หรือโลจิสติก …

Continue Reading

ขยายเส้นทางการท่องเที่ยวรถไฟใหม่ กทม. พัทยา บ้านพลูตาหลวง

ขยายเส้นทางการท่องเที่ยวรถไฟใหม่ กทม. พัทยา บ้านพลูตาหลวง

ขยายเส้นทางการท่องเที่ยวรถไฟใหม่ กทม. พัทยา บ้านพลูตาหลวง             การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เตรียมเปิดเดินขบวนรถรอบปฐมฤกษ์ในเส้นทาง กรุงเทพ-พัทยา-บ้านพลูตาหลวง – กรุงเทพ โดยเริ่มเปิดให้บริการเที่ยวแรกไปแล้วเมื่อ 17 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยช่วงวันหยุด สำหรับขบวนรถไฟในเส้นทางดังกล่าว จะมีให้บริการเป็นประจำทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ซึ่งในระยะแรกจะเปิดทดลองก่อนเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม – 30 กันยายน 2561 พื้นที่ในบริเวณจังหวัดชลบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก อาทิ ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา สวนนงนุช เรือหลวงจักรีนฤเบศร หาดนางรำ หาดนางรอง สวนน้ำการ์ตูนเน็ทเวิร์ค อเมโซน ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ เพอร์คูล่าฟาร์ม ฟาร์มปลาการ์ตูน และอื่น ๆ อีกมากมาย ด้วยเหตุนี้จึงได้เปิดเดินขบวนรถพิเศษโดยสารระหว่าง กรุงเทพ – พัทยา – บ้านพลูตาหลวง – กรุงเทพ ซึ่งเป็นรถประเภทดีเซลแบบรางนั่งปรับอากาศชั้น 2 สมารถรองรับการเดินทาง และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่เดินทางมาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยจะเปิดให้บริการเป็นประจำทุกวันเสาร์ – วันอาทิตย์ สำหรับในช่วงแรกจะเปิดให้ทดลองก่อนเป็นระยะเวลา 6 เดือน และจะมีรถให้บริการทั้งสิ้นวันละ 2 ขบวน ไป/กลับ เริ่มให้บริการตั่งแต่วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2561 โดยมีนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ว่าที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดเดินขบวนรถเที่ยวปฐมฤกษ์เส้นทาง กรุงเทพ – พัทยา – บ้านพลูตาหลวง – กรุงเทพ พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางไปกับขบวนรถโดยสารพิเศษนี้ นายอานนท์ฯ เผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้รับความร่วมมือจากสมาคมผู้ประกอบการขนส่งจังหวัดชลบุรี ในเรื่องการอำนวยความสะดวกและจัดหารถให้บริการรับ-ส่ง ผู้โดยสารจากสถานีรถไฟ เชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ต่อไป ที่สำคัญ …

Continue Reading

เตรียมพร้อมรับมือกับอาการเจ็ทแลค

เตรียมพร้อมรับมือกับอาการเจ็ทแลค

เตรียมพร้อมรับมือกับอาการเจ็ทแลค             เจ็ทแลค ( Jet-lag ) ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของเหล่านักท่องเที่ยว อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า มันเป็นอาการที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายที่ปรับตัวไม่ทันตามโซนเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหัน มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่เดินทางใกล ๆ เช่น ประเทศสหรัฐฯ ที่มีเวลาช้ากว่าประเทศไทยถึง 11-12 ชั่วโมง หรือเทียบได้กับครึ่งวันเลยทีเดียว นั่นจึงหมายความว่า เวลาตื่นของเขาเท่ากับเวลานอนของเรา หรือ เวลาที่เรากำลังกินข้าวเที่ยง แต่เป็นเวลาที่พวกเขาเข้านอน และถ้าหากจู่ ๆ จะต้องใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปกะทันหันแบบนั้น ร่างกายก็คงปรับตัวไม่ทันเป็นธรรมดา วันนี้เราเลยจะมาบอกถึงเทคนิคการรับมือกับอาการเจ็ทแลคกัน ใครที่จองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวใกล ๆไว้แล้ว จะได้เตรียมตัวรับมือกันตั่งแต่เนิ่น ๆ ปรับเวลานอน และเวลากิน ควรลองปรับเวลาเข้านอน และเวลาตื่นของตัวเองก่อนล่วงหน้าตามโซนเวลาใหม่ของสถานที่ที่จะไป โดยให้เริ่มจากทีละเล็กทีละน้อย โดยสมมุติว่าจำเป็นต้องตื่นนอนเร็วขึ้น 5 ชม. ก็ให้เริ่มจากนอนเร็วขึ้น 1 ชม.ก่อน แล้วจากนั้นค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆวันละ 0.5-1 ชม. หรือสองวันค่อยขยับเวลาก็ได้ แต่ขอแค่พยายามปรับเวลาให้ใกล้เคียงขึ้นอยู่เรื่อย ๆ และถ้าการนอนของเราเข้าที่เข้าทางดีแล้ว อย่างอื่นก็หายห่วงแล้วเพราะการพักผ่อนยังไงก็เป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกายมากที่สุด ส่วนเวลากิน อันที่จริงแล้วมันสำคัญมาก พอกันกับการนอน เพราะการกินเป็นการบอกร่างกายว่าถึงเวลาแล้วนะที่จะได้รับพลังงาน ดังนั้นหลังจากเวลาที่เราพลังงานหมด ก็จะถึงเวลาที่ร่างกายต้องการการนอนหลับพักผ่อน จึงต้องทำควบคู่ไปกับการปรับเวลานอนด้วย โดยให้ทำเหมือนเดิมคือค่อย ๆ ขยับเวลาการกินเข้าไปใกล้ช่วงโซนเวลาของสถานที่ที่จะไปทีละน้อย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะไม่หิวหรือกินไม่ลง โดยเฉพาะถ้าเป็นมื้อหลักของวัน ดังนั้นขอแค่ให้พยายามฝืนสักนิด ก็จะสามารถปรับเวลาได้และจะเคยชินไปเอง ปรับนาฬิกาหลอกลวงการทำงานของสมอง “สมอง” เรียกได้ว่าเป็นอวัยวะที่พิเศษสุดในร่างกาย มันสามารถควบคุมเราทุกอย่าง ทั้งร่างกาย ทั้งอารมณ์และความรู้สึก ดังนั้นหากเราปรับเวลาบนนาฬิกาข้อมือ หรือบนมือถือ ที่ใช้ดูเวลาบ่อย ๆ ไปเป็นเวลาของสถานที่ที่เราจะไป ซึ่งการกระทำแบบนี้จะเป็นการหลอกลวงสมองให้คุ้นเคยชินกับเวลาใหม่ โดยให้ทำร่วมกับการปรับตัวเรื่องเวลานอนและเวลากินด้วย โดยให้ค่อย ๆ ปรับเวลาตามไปทีละนิด จะทำให้การปรับตัวของร่างกายเราเกิดประสิทธิภาพขึ้นมาอย่างน่าประหลาด นอกจากนี้แล้วก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทาง หรือหลังจากการเดินทาง ขอให้หลีกเลี่ยงจากชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มมึนมา เพราะว่า คาเฟอีนและแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายมีการทำงานผิดปกติไปจากเดิม การหลีกเลี่ยงสองสิ่งนี้จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับโซนเวลาใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Continue Reading

ททท.ลุยตรวจเส้นทางท่องเที่ยวเชิงชุมชน ภูเก็ต-พังงา เพิ่มทางเลือกด้านการท่องเที่ยว

ททท.ลุยตรวจเส้นทางท่องเที่ยวเชิงชุมชน ภูเก็ต-พังงา เพิ่มทางเลือกด้านการท่องเที่ยว

ททท.ลุยตรวจเส้นทางท่องเที่ยวเชิงชุมชน ภูเก็ต-พังงา เพิ่มทางเลือกด้านการท่องเที่ยว             นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ว่าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประจำสำนักงานภูเก็ต นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวชุมชนท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยศึกษาเส้นทางธรรมชาติบนสะพานไม้ที่มีความยาวประมาณ 600 เมตร พร้อมล่องแคนู ภายในป่าโกงกาง ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 ภูเก็ต จากนั้นเดินทางต่อไปยังท่าเทียบเรือ Phuket Yacht Haven เพื่อไปชมความงามของเกาะละวะใหญ่ บ้านคลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา และเข้าร่วมงาน Marina Market ตลาดนัดภายใต้แนวความคิดย้อนยุค ณ ท่าเรือ Phuket Yacht Haven บ้านคอเอน ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ชมและรับประทานอาหารประจำถิ่น พร้อมร่วมกิจกรรมสาธิตต่าง ๆ อาทิ การทำกระทงใบตอง การทำดอกไม้จากใบเตยหอม การร้อยพวงมาลัย เป็นต้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนของจังหวัดภูเก็ต และพังงา ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียงสั้น ๆ เท่านั้น แต่ได้สัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติทั้งบนบก และท้องทะเลอ่าวพังงา นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานภูเก็ต เผยถึงการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวของชุมชน ว่า เพื่อต้องการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชนในการรองรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว และเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงความหลากหลายของสินค้าท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต และพังงาว่า จังหวัดที่ติดทะเล ไม่ได้มีแค่หาดทรายขาว น้ำทะเลใสเท่านั้น แต่ยังมีสินค้าทางการท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่หลากหลาย เช่น ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต เป็นต้น และในส่วนของชุมชนท่าฉัตรไชย โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เกรทเวย์ หรือประตูเมืองภูเก็ต และพื้นที่ป่าเลน ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 ภูเก็ต ที่ถือว่ามีศักยภาพสูง และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดการกระจายตัวไปตามที่ต่าง ๆ ไม่กระจุกอยู่เฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวหลัก ๆ เท่านั้น ด้วยกรเดินทางที่สะดวก สามารถเข้าถึงง่าย อีกทั้งยังมีร้านอาหารชุมชน ที่มีความน่าสนใจแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวหลักทั่วไป ประกอบกับนโยบายของทางจังหวัดในการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน โดยการนำทรัพยากรและวิถีชีวิตของแต่ละชุมที่มีความแตกต่างน่าดึงดูดมาเป็นจุดขาย และสร้างความน่าสนใจ อาทิ การเลี้ยงกุ้งมังกร ธนาคารปู สะพานชมธรรมชาติป่าโกงกาง …

Continue Reading