เตรียมพร้อมรับมือกับอาการเจ็ทแลค

เตรียมพร้อมรับมือกับอาการเจ็ทแลค

เตรียมพร้อมรับมือกับอาการเจ็ทแลค

            เจ็ทแลค ( Jet-lag ) ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของเหล่านักท่องเที่ยว อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า มันเป็นอาการที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายที่ปรับตัวไม่ทันตามโซนเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหัน มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่เดินทางใกล ๆ เช่น ประเทศสหรัฐฯ ที่มีเวลาช้ากว่าประเทศไทยถึง 11-12 ชั่วโมง หรือเทียบได้กับครึ่งวันเลยทีเดียว นั่นจึงหมายความว่า เวลาตื่นของเขาเท่ากับเวลานอนของเรา หรือ เวลาที่เรากำลังกินข้าวเที่ยง แต่เป็นเวลาที่พวกเขาเข้านอน และถ้าหากจู่ ๆ จะต้องใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปกะทันหันแบบนั้น ร่างกายก็คงปรับตัวไม่ทันเป็นธรรมดา

วันนี้เราเลยจะมาบอกถึงเทคนิคการรับมือกับอาการเจ็ทแลคกัน ใครที่จองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวใกล ๆไว้แล้ว จะได้เตรียมตัวรับมือกันตั่งแต่เนิ่น ๆ

ปรับเวลานอน และเวลากิน

ควรลองปรับเวลาเข้านอน และเวลาตื่นของตัวเองก่อนล่วงหน้าตามโซนเวลาใหม่ของสถานที่ที่จะไป โดยให้เริ่มจากทีละเล็กทีละน้อย โดยสมมุติว่าจำเป็นต้องตื่นนอนเร็วขึ้น 5 ชม. ก็ให้เริ่มจากนอนเร็วขึ้น 1 ชม.ก่อน แล้วจากนั้นค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆวันละ 0.5-1 ชม. หรือสองวันค่อยขยับเวลาก็ได้ แต่ขอแค่พยายามปรับเวลาให้ใกล้เคียงขึ้นอยู่เรื่อย ๆ และถ้าการนอนของเราเข้าที่เข้าทางดีแล้ว อย่างอื่นก็หายห่วงแล้วเพราะการพักผ่อนยังไงก็เป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกายมากที่สุด

ส่วนเวลากิน อันที่จริงแล้วมันสำคัญมาก พอกันกับการนอน เพราะการกินเป็นการบอกร่างกายว่าถึงเวลาแล้วนะที่จะได้รับพลังงาน ดังนั้นหลังจากเวลาที่เราพลังงานหมด ก็จะถึงเวลาที่ร่างกายต้องการการนอนหลับพักผ่อน จึงต้องทำควบคู่ไปกับการปรับเวลานอนด้วย โดยให้ทำเหมือนเดิมคือค่อย ๆ ขยับเวลาการกินเข้าไปใกล้ช่วงโซนเวลาของสถานที่ที่จะไปทีละน้อย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะไม่หิวหรือกินไม่ลง โดยเฉพาะถ้าเป็นมื้อหลักของวัน ดังนั้นขอแค่ให้พยายามฝืนสักนิด ก็จะสามารถปรับเวลาได้และจะเคยชินไปเอง

ปรับนาฬิกาหลอกลวงการทำงานของสมอง

“สมอง” เรียกได้ว่าเป็นอวัยวะที่พิเศษสุดในร่างกาย มันสามารถควบคุมเราทุกอย่าง ทั้งร่างกาย ทั้งอารมณ์และความรู้สึก ดังนั้นหากเราปรับเวลาบนนาฬิกาข้อมือ หรือบนมือถือ ที่ใช้ดูเวลาบ่อย ๆ ไปเป็นเวลาของสถานที่ที่เราจะไป ซึ่งการกระทำแบบนี้จะเป็นการหลอกลวงสมองให้คุ้นเคยชินกับเวลาใหม่ โดยให้ทำร่วมกับการปรับตัวเรื่องเวลานอนและเวลากินด้วย โดยให้ค่อย ๆ ปรับเวลาตามไปทีละนิด จะทำให้การปรับตัวของร่างกายเราเกิดประสิทธิภาพขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

นอกจากนี้แล้วก่อนเดินทาง ระหว่างเดินทาง หรือหลังจากการเดินทาง ขอให้หลีกเลี่ยงจากชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มมึนมา เพราะว่า คาเฟอีนและแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายมีการทำงานผิดปกติไปจากเดิม การหลีกเลี่ยงสองสิ่งนี้จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับโซนเวลาใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ