ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดคนกรุงใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วงสงกรานต์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดคนกรุงใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วงสงกรานต์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดคนกรุงใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วงสงกรานต์

            ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์คนเมืองกรุงจะใช้จ่ายสะพัดกว่า 25,000 ล้านบาท ชี้สถานการณ์จากปัญหาฝุ่นละอองในเชียงใหม่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ปรับแผนการเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงมากขึ้น ส่วนทางด้านผู้ประกอบการ พบว่า นิยมเจาะตลาดกลุ่มเจนเอ็กซ์-เจนวาย

โดยรายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยว่า ในเทศกาลสงกรานต์ปี 2019 นี้ คนกรุงเทพฯ มีอัตราใช้จ่ายคิดเป็นเม็ดเงินราว 25,000 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 3.6% เป็นผลมาจากจำนวนวันหยุดยาวต่อเนื่องถึง 5 วัน ตั่งแต่12-16 เม.ย.

สำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว แบ่งออกเป็นค่าใช้จ่ายไปกับการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ (อาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ) 9,650 ล้านบาท, ใช้จ่ายค่าที่พักและการเดินทาง 6,650 ล้านบาท, จ่ายค่าช็อปปิ้ง 4,600 ล้านบาท, และค่าทำบุญไหว้พระ 2,050 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่น ๆ เช่น มอบเงินให้ผู้ใหญ่ในครอบครัว

ปัญหาฝุ่น ทำคนกรุงเลี่ยงไปเยือนเชียงใหม่ช่วงสงกรานต์ หันมาเที่ยวจังหวัดใกล้เคียง

ส่วนผลกระทบของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ตามพื้นที่ทางภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้คนกรุงเทพฯ ต้องปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางท่องเที่ยว

ด้วยการหลีกเลี่ยงการไปเยือนพื้นที่อันตรายจากปัญหาฝุ่นดังกล่าว และหันมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในกรุงเทพฯ หรือออกเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงมากยิ่งขึ้น เช่น ชลบุรี อยุธยา ระยอง คาดว่า ส่วนบรรดาธุรกิจต่าง ๆ ทั้งค้าปลีก ที่พัก หรือร้านอาหารในย่านกรุงเทพฯ ไปจนถึงจังหวัดท่องเที่ยวใกล้เคียง อาจได้รับอานิสงส์จากเรื่องนี้มากขึ้น

ผู้ประกอบการเน้นเจาะตลาดลูกค่ากลุ่ม Gen Y และ Gen X

เนื่องจากลูกค้ากลุ่ม Gen Y และ Gen X ในวัยทำงาน ที่บรรดาดูผู้ประกอบการต้องการเจาะตลาด มีอำนาจในการติดสินใจซื้อสูง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการประกอบกิจกรรม ในช่วงเทศกาลสงกราต์ ซึ่งก่อให้เกิดเม็ดเงินมหาศาล โดยเฉพาะเม็ดเงินที่ได้มาจากการจัดเลี้ยงสังสรรค์และจับจ่ายใช้สอย

การจะเจาะตลาดกลุ่มนี้ให้ได้จนประสบความสำเร็จ มีกลยุทธ์ที่สำคัญคือ การตั้งราคาต้องมีความสมเหตุสมผลและมีโปรโมชั่น หรือสิทธิพิเศษ ที่สามารถดึงดูดความสนใจได้ ซึ่งบรรดากลุ่มผู้ประกอบการที่จะได้อานิสงส์ หลักจากการจับจ่ายใช้จ่ายของคนกรุงฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

อย่างไรก็ตาม ด้วยความแตกต่างกันในเรื่องความต้องการของคนแต่ละ Generation แสดงให้เห็นว่า การทำตลาดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ บรรดาผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ทั้งกลุ่มห้างสรรพสินค้า, ธุรกิจ Food Delivery Service, ธุรกิจ E-Commerce, ธุรกิจ Online Entertainment, ควรให้ความสำคัญกับการตลาด ที่มีเป้าหมายตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่ม (Customization) ให้ได้มากขึ้น เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการต่าง ๆ ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากที่สุด.