ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดคนกรุงใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วงสงกรานต์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดคนกรุงใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วงสงกรานต์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดคนกรุงใช้จ่ายกว่า 25,000 ล้านบาท ช่วงสงกรานต์             ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์คนเมืองกรุงจะใช้จ่ายสะพัดกว่า 25,000 ล้านบาท ชี้สถานการณ์จากปัญหาฝุ่นละอองในเชียงใหม่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมาก ปรับแผนการเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงมากขึ้น ส่วนทางด้านผู้ประกอบการ พบว่า นิยมเจาะตลาดกลุ่มเจนเอ็กซ์-เจนวาย โดยรายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยว่า ในเทศกาลสงกรานต์ปี 2019 นี้ คนกรุงเทพฯ มีอัตราใช้จ่ายคิดเป็นเม็ดเงินราว 25,000 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 3.6% เป็นผลมาจากจำนวนวันหยุดยาวต่อเนื่องถึง 5 วัน ตั่งแต่12-16 เม.ย. สำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว แบ่งออกเป็นค่าใช้จ่ายไปกับการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ (อาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ) 9,650 ล้านบาท, ใช้จ่ายค่าที่พักและการเดินทาง 6,650 ล้านบาท, จ่ายค่าช็อปปิ้ง 4,600 ล้านบาท, และค่าทำบุญไหว้พระ 2,050 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่น ๆ เช่น มอบเงินให้ผู้ใหญ่ในครอบครัว ปัญหาฝุ่น ทำคนกรุงเลี่ยงไปเยือนเชียงใหม่ช่วงสงกรานต์ หันมาเที่ยวจังหวัดใกล้เคียง ส่วนผลกระทบของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ตามพื้นที่ทางภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้คนกรุงเทพฯ ต้องปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางท่องเที่ยว ด้วยการหลีกเลี่ยงการไปเยือนพื้นที่อันตรายจากปัญหาฝุ่นดังกล่าว และหันมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในกรุงเทพฯ หรือออกเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงมากยิ่งขึ้น เช่น ชลบุรี อยุธยา ระยอง คาดว่า ส่วนบรรดาธุรกิจต่าง ๆ ทั้งค้าปลีก ที่พัก หรือร้านอาหารในย่านกรุงเทพฯ ไปจนถึงจังหวัดท่องเที่ยวใกล้เคียง อาจได้รับอานิสงส์จากเรื่องนี้มากขึ้น ผู้ประกอบการเน้นเจาะตลาดลูกค่ากลุ่ม Gen Y และ Gen X เนื่องจากลูกค้ากลุ่ม Gen Y และ Gen X ในวัยทำงาน ที่บรรดาดูผู้ประกอบการต้องการเจาะตลาด มีอำนาจในการติดสินใจซื้อสูง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการประกอบกิจกรรม ในช่วงเทศกาลสงกราต์ ซึ่งก่อให้เกิดเม็ดเงินมหาศาล โดยเฉพาะเม็ดเงินที่ได้มาจากการจัดเลี้ยงสังสรรค์และจับจ่ายใช้สอย การจะเจาะตลาดกลุ่มนี้ให้ได้จนประสบความสำเร็จ มีกลยุทธ์ที่สำคัญคือ …

Continue Reading

ททท.โปรโมทงานไหว้ครูมวยไทยโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว ในวันที่ 16-17 มี.ค

ททท.โปรโมทงานไหว้ครูมวยไทยโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว ในวันที่ 16-17 มี.ค

ททท.โปรโมทงานไหว้ครูมวยไทยโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยว ในวันที่ 16-17 มี.ค นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ ตำแหน่งรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว เผยว่า ททท.ได้จับมือกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, กรมศิลปากร, สมาคมครูมวยไทย, สมาคมสถาบันศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย, สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย, พร้อมด้วยสหพันธ์มวยไทยโลก, ร่วมกันจัดงานพิธีไหว้ครูมวยไทยโลก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่ 15 ภายใต้แนวคิดว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิตของการเรียนมวยไทย ต้องมาเข้าร่วมพิธีไหว้ครูที่ประเทศไทย” ในระหว่างวันที่ 16-17 มีนาคม 2562 เวลา 13.00-19.30 น. ณ วัดมหาธาตุ, วัดหลังคาขาว, อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา งานไหว้ครูมวยไทยโลก จะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมศักดิ์สรี ภายในงานไหวครูมวยไทยโลก จะได้พบกับประสบการณ์การสุดยิ่งใหญ่ ด้วยการไหว้ครูมวยอันศักดิ์สิทธิ์ และการไหว้ครูมวย ที่มีความยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดในโลก โดยครูมวยชั้นนำจากทั่วประเทศ หวังปลูกสร้างจิตสำนึกให้กับชาวต่างชาติที่ชื่นชอบมวยไทย ให้รู้จักพิธีการไหว้ครูตามประเพณีอันดีงามของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการจัดพิธีบวงสรวงบูรพมหากษัตริย์ไทยและการรำไหว้ครูมวยไทย โดยได้รับเกียรติจากนักมวยชื่อดังอย่าง “สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง” “ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” “อนุวัฒน์ แก้วสัมฤทธิ์” และ “พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์” เพื่อมาเป็นตัวแทนขึ้นรำไหว้ครู นำนักกีฬามวยไทยทุกจากชาติที่เข้าร่วมพิธีทุกคน งานไหว้ครูมวยไทยโลก จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยว เหมือนครั้งที่ผ่านมา ททท.ได้กำหนดแผนการส่งเสริมตลาดประจำปี 2562 ขึ้นมา ด้วยการขยายฐานตลาดของนักท่องเที่ยว ทั้งกลุ่ม 2 ตลาด คือกลางและบน เพื่อเสริมสร้างการรับรู้ถึงเอกลักษณ์และคุณค่าของวิถีความเป็นไทย ผ่านงานกิจกรรม เทศกาล และประเพณีอันดีงามไทยของไทย ททท.จึงได้จัดทำโครงการไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 15 ขึ้นมา ผ่านการนำเสนอ ด้วยการใส่เอกลักษณ์ของ “ความเป็นไทย” ลงไป ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและมอบความรู้ความเข้าใจให้กับชาวต่างชาติ ที่มีความสนใจในกีฬามวยไทย ได้รับทราบใจและเห็นถึงความสำคัญของพิธีไหว้ของไทย งานไหว้ครูมวยไทยโลก ได้รับความสนใจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะนักมวยชาวต่างชาติที่มาร่วมงาน ซึ่งมีมากถึง 5 อันดับด้วยกัน ได้แก่ อินเดีย บราซิล อังกฤษ สหรัฐอเมริกา อุซเบกิสถาน โดยมีแนวโน้มผู้เข้าร่วมพิธีเพิ่มขึ้นเป็นประจำทุกปี ททท. จึงตั้งเป้าไว้ว่า …

Continue Reading

นักท่องเที่ยว Millennials นิยมเลือกที่พักผ่านโซเชียล ตัดสินใจจองจากเทคโนโลยี

นักท่องเที่ยว Millennials นิยมเลือกที่พักผ่านโซเชียล ตัดสินใจจองจากเทคโนโลยี

นักท่องเที่ยว Millennials นิยมเลือกที่พักผ่านโซเชียล ตัดสินใจจองจากเทคโนโลยี             ผลสำรวจชาว Millennials กับพฤติกรรมในการเลือกจองที่พัก ขณะเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง พบว่า นิยมเลือกผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก และจะติดติดสินใจจอง ก็ต่อเมื่อที่พักเหล่านั้น มีเทคโนโลยีสนับสนุนอะไรบ้าง นอกจากนี้ ชาว Millennials ยังมีอาการใจร้อนเพิ่มขึ้นด้วย ผลสำรวจดังกล่าว ถูกจัดทำโดยการเก็บรวบรวมข้อมูลของเอเยนซี่ Viga ซึ่งทำการสำรวจกับประชาชนจำนวน 1,000 คน ช่วงอายุรพหว่าง 18-34 ปี ที่เคยใช้บริการจองโรงแรมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า นักท่องเที่ยวชาวMillennials ค้นหาที่พัก โดยใช้ เว็บไซด์ Google โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาว Millennials มากกว่าครึ่ง จะไม่เลือกจองที่พักหากเว็บไซต์มีระบบการใช้งานยาก ส่วน 49% ที่เหลือบอกว่า จะยกเลิกการจองทันที หากไม่สามารถทำการจองผ่านช่องออนไลน์ได้ แสดงให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้มีความใจร้อนอย่างมาก “โซเชียลมีเดีย” หนึ่งในปัจจัยหลักของการติดสินใจจองที่พัก โซเชียลมีเดียได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ ต่อการติดสินใจเลือกจองที่พักของนักท่องเที่ยวชาว Millennials ซึ่ง 73% ต่างบอกว่า พวกเขามีความต้องการตรวจสอบผลตอบรับในโซเชียลมีเดีย ก่อนติดสินใจเลือกจอง และ 33% บอกว่า จะไม่เลือกจองที่พักเด็ดขาดหากโรงแรมเหล่านนั้นปราศจาก “โซเชียลมีเดีย” โดยจำนวน 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวชาว Millennials นิยมค้นหาที่พักผ่านโซเชียลมีเดีย ส่วนที่เหลือ 83% บอกว่ามีแนวโน้มติดสินใจเลือกจองที่พัก หลังจากที่เห็นภาพตัวอย่างบนโซเชียลมีเดีย นักท่องเที่ยวชาว Millennials ต้องการให้ที่พักมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยี ส่วนปัจจัยสำคัญอีกประการคือ “เทคโนโลยีภายในโรงแรม” นักท่องเที่ยวชาว Millennials 70% ต่างบอกว่า พวกเขามีแนวโน้มตัดสินใจเลือกจองที่พักนั้น ๆ หากมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยีให้ใช้บริการ เช่น การชำระเงินผ่าน Mobile Payment, Smart TV รไปจนถึง Netflix และอีก 57% ชอบโรงแรมที่มี Wifi แรง ๆ สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งกระตุ้นให้คนจองที่พักสูงขึ้น …

Continue Reading

เดินชมไร่ชา พาเก็บวิวสวย กับ 5 ไร่ชาชื่อดังของไทย

ไร่ชา 04

เดินชมไร่ชา พาเก็บวิวสวย กับ 5 ไร่ชาชื่อดังของไทย บรรยากาศหนาวเย็นกำลังดีคงจะมีแค่ที่ภาคเหนือของไทยตอนนี้เท่านั้น เวลาเช้าตรู่ชวนให้รีบตื่นมาสูดอากาศ แต่นอกจากอากาศบริสุทธิ์แล้ว ภาคเหนือของไทยเรายังมีสถานที่ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติและวิวสวยกว้างใหญ่ นั่นคือ ‘ไร่ชา’ มารู้จักกับไร่ชาชื่อดังทั้งหมด 5 แห่ง ที่อาจเข้าไปอยู่ในตัวเลือกของแพลนเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกับวิวธรรมชาติและอากาศเย็นสบายของเดือนมกราคม 1. ไร่ชาฉุยฟง ไร่ชาฉุยฟงเป็นไร่ชาขนาดใหญ่และเก่าแก่ มีพื้นที่ทั้งหมดราวๆ 500 ไร่ ถือว่าเป็นผู้ผลิตชาคุณภาพรายใหญ่ของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่บนภูเขาสูง กว่า 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติและทิวเขาที่สวยงามสุดลูกหูลูกตา ที่จุดพักรถจุดที่สองจะมีคาเฟ่ที่ชื่อว่า ‘Choui Fong Tea-Café’ ตัวอาคารเปิดโล่ง ลมเย็นสบาย ด้านบนเป็นลานกว้าง สามารถเดินขึ้นไปถ่ายรูปวิวสวยๆของไร่ชาได้ ในคาเฟ่มีของหวานหลากหลายเมนู เช่น เครื่องดื่ม ไอศครีม เบเกอรี่ และเป็นจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของทางไร่ชาด้วย 2. ไร่ชา 2000 ไร่ชา 2000 ตั้งอยู่พื้นที่บริเวณหุบเขาเล็กๆบนดอยอ่างขาง มีการปลูกชาและสตรอเบอร์รี่เป็นขั้นบันได ยามเช้ามีวิวทะเลหมอกสวยงาม ยามกลางวันมีไอหมอกลอยละล่อง เป็นภาพที่น่าถ่ายเก็บไว้ นอกจากบรรยากาศดีๆแล้ว เรายังจะได้เห็นกังหันลมในบริเวณใกล้ เนื่องจากตัวอาคารหลายๆหลังบนดอยอ่างขางใช้วิธีการผลิตไฟฟ้าจากพลังลมเเละพลังงานเเสงอาทิตย์ นับว่าเป็นอีกเเหล่งผลิตพลังงานจากธรรมชาติอย่างเเท้จริง 3. ไร่ชาลุงเดช ไร่ชาลุงเดช ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ราวๆ 6 ไร่ อยู่ในความดูแลของโครงการหลวง โดยด้านบนของไร่ชาจะมีบ้านไม้ที่มีอาหารและเครื่องดื่มขาย เมนูอาหารส่วนใหญ่ก็จะมีใบชาเป็นส่วนประกอบ ว่ากันว่ารสชาติอร่อยอย่าบอกใคร ส่วนการพักผ่อนค้างคืน ทางไร่มีเต็นท์ให้เช่าราคาเพียงเต็นท์ละ 250 เท่านั้น เรียกว่าได้ใกล้ชิดกินนอนกับธรรมชาติเลยทีเดียว 4. ไร่ชาบ้านลีไวน์ หมู่บ้านรักไทย ไร่ชาบ้านลีไวน์ ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานแต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีรีสอร์ทบ้านพักอยู่ท่ามกลางไร่ชา ล้อมรอบไปด้วยทิวเขา ตอนเช้ามีไอหมอกปกคลุมทั่ว ลักษณะรีสอร์ทจะตกแต่งสไตล์จีนยูนนาน มีโคมไฟสีแดงห้อยประดับ ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนยุคไปในประเทศจีนสมัยก่อน บรรยากาศน่าจิบชาไปพร้อมๆกับดื่มด่ำความวินเทจของรีสอร์ท 5. ไร่สิงห์ปาร์ค (ไร่บุญรอด) ไร่สิงห์ปาร์ค หรือ ไร่บุญรอด เป็นพื้นที่เกษตรกรรมและไร่ชากว่า 600 ไร่ มีการจัดแต่งสวนดอกไม้เมืองหนาวสีสันสวยงามนานาชนิด โดยจัดเป็นรูปแบบฟาร์มทัวร์ให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม นอกจากนี้ยังมีทัศนียภาพอันงดงามในบรรยากาศแห่งขุนเขาเมืองเหนือ ชมพระอาทิตย์ยามเย็นก่อนลับขอบฟ้า และรับประทานอาหารอร่อยได้ที่ร้านอาหารภูภิรมย์ บนจุดชมวิว 360 องศา …

Continue Reading

นอร์เวย์ สร้างโรงแรมพลังงานประจุบวกแห่งแรกในโลก แถบขั้วโลกเหนือ

นอร์เวย์ สร้างโรงแรมพลังงานประจุบวกแห่งแรกในโลก แถบขั้วโลกเหนือ

นอร์เวย์ สร้างโรงแรมพลังงานประจุบวกแห่งแรกในโลก แถบขั้วโลกเหนือ             บริเวณแนวชายฝั่ง Helgeland ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศนอเวย์ มีบางบางอย่างแปลกตาที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางธรรมชาติที่แสนสวยงาม ด้วยภูเขาที่โอบล้อมธารน้ำแข็งและทะเลสาบ นั่นคือ “Svart” โรงแรม ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป้าหมาย ในการนำพลังงานประจุบวกมาใช้แห่งแรกในโลก เตรียมพร้อมเปิดให้บริการในปี 2021 ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ ถูกออกแบบโดยบริษัทสถาปัตยกรรมนานาชาติ Snøhetta ผู้มากประสบการณ์ ตัวโรงแรม Svart เกือบทั้งหมด ถูกออกแบบมาให้ล้ำสมัย โรงแรม Svart แห่งนี้ ถูกออกแบบขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนในรูปแบบวงกลมแห่งอนาคต ที่มีความล้ำสมัย โดยในตัวอาคารทั้งหลัง จะใช้ระบบพลังงานความร้อนจากใต้พิภพ ควบคู่ไปกับพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับการผลิตพลังงานต่าง ๆ ภายในโรงแรม ที่ตั้งโรงแรม Svart มีความพิเศษ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้มาเยือน Arctic Circle หรือวงกลมอาร์กติก ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม Svart เป็นที่รับรู้โดยทั่วกันว่า เป็นพื้นที่ในแถบละติจูดที่อยู่หนือสุดของโลก จึงทำให้มีอากาศหนาวเย็นเป็นอย่างมาก จนทำให้ไร้ผู้อยู่อาศัย ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้คงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาเอาไว้ได้ ซึ่งพื้นที่ Arctic Circle ขึ้นชื่อในเรื่องความงดงาน ที่มีเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหา จึงเปรียบเสมือนแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่กำลังมอหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้มาเยือน ในภูมิภาคที่ห่างไกลที่สุดในโลก โดยในปี 2015 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจำนวน 3.6 ล้านคน ที่ตั้งใจเดินทางไปยังนอร์เวย์ ทำให้อัตราการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 12% จากปี 2014 และเพิ่มขึ้นเป้นประจำทุกปี การก่อสร้างของโรงแรม Svart เป็นไปตามมาตรฐานในทุกด้าน สำหรับการก่อสร้างแรมพลังงานบนพื้นที่แห่งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายมากนัก เพราะต้องถูกออกแบบอย่างรอบครอบ นอกจากนี้ ทุกอย่างต้องประยุกต์ให้เข้ากับธรรมชาติมากที่สุด เนื่องจากธรรมชาติในอาร์กติก ค่อนข้างมีความเปราะบางและมีความเก่าแก่ จึงต้องปกป้องเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ทีมงานของ Snøhetta บริษัทผู้ออกแบบ เผยว่า ในทุกด้านของโรงแรม จะเต็มไปด้วยประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน โดยในขั้นตอนแรก ทีมงานจะสร้างทรัพย์สินจากวัสดุในท้องที่ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเป็นหลัก เช่น หิน และไม้ ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อสภาพอากาศ ส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานน้อยที่สุดในการก่อสร้างและการขนส่ง …

Continue Reading

ครม.เปิดงาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์แกรนด์เซล” กระตุ้นการท่องเที่ยว

ครม.เปิดงาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์แกรนด์เซล” กระตุ้นการท่องเที่ยว

ครม.เปิดงาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์แกรนด์เซล” กระตุ้นการท่องเที่ยว             ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยต่อที่ประชุม ครม. ว่ามีความเห็นชอบต่อมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย ภายใต้ชื่องาน “Amazing Thailand Grand Sale Privilege Passport” โดยนำผู้ผลิตสินค้า ห้างสรรพสินค้า ตัวแทนจำหน่ายตั๋วต่าง ๆ และทัวร์นำเที่ยว ให้ส่วนลดราคาสินค้าเพิ่มเติม On top จากคนไทย สำหรับชาวต่างชาติที่ถือพาสปอร์ต กำหนดเริ่มต้นตั่งแต่วันที่ 15 พ.ย.-15 ม.ค.62 นอกจากนี้ ยังมีการเปิดให้ห้างสรรพสินค้า ผู้ประกอบการ สามารถตั้งจุดคืนภาษีให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (Vat ReFund)  ได้ทุกคน ไปจนถึงการเพิ่มช่องทางตรวจวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นกรณีพิเศษในสนามบินนานาชาติจำนวน 5 แห่ง ออกมาตรการให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เดินทางเข้าออกได้ง่ายขึ้น สำหรับมาตราการผ่อนปรนตรวจลงตราวีซ่า Double Entry นั้น นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาเยือนประเทศไทยได้ 2 ครั้ง ต่อการขอวีซ่าครั้งเดียว เป็นระยะเวลาทั้งหมด 2 เดือน ซึ่งมาตรการนี้ ผ่อนปรนให้กับนานาประเทศเดินทางเข้ามาเยือนไทยได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการอนุโลมเกี่ยวกับวีซ่าทางบก ที่จากเดิมอนุญาตให้ผ่านเข้าออกไทยได้ 2 ครั้งต่อปี เมื่อขับรถผ่านชายแดนเข้ามาภายในอณาเขตของไทย ให้สามารถเดินทางเข้าออกชายแดนได้ เหมือนกับการเดินทางโดยเครื่องบินไม่จำกัดจำนวนครั้ง เพื่อให้ชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน สามารถขับรถหรือเดินทางเข้าออกชายแดนได้เหมือนเดินทางด้วยเครื่องบินไม่จำกัดจำนวนครั้ง เพื่อให้ง่ายต่อการเดินทางมามารักษาพยาบาล ซื้อสินค้า ประชุม แล้วเดินทางกลับภูมิลำเนา ชาวต่างชาติในไทย ก็สามารถออกไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้แล้ว ชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ภายในไทย ยังสามารถเดินทางไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน แล้วกลับมาพักในไทยได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน โดยมีกำหนดการให้เริ่มทดลองใช้เป็นเวลา  2 เดือน เพื่อให้การเดินทางมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลายื่นขอวีซ่าทุกครั้ง เมื่อต้องการเดินทางเข้าออก หลังจากยอดรวมทั้งหมด ของนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 61 พบว่ามีถึง 31 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขั้นจากเดิม ร้อยละ 7.83  จึงคาดว่า เมื่อออกมาตรส่งเสริมการท่องเที่ยวเสร็จสิ้น ก็ช่วยจะผลักดันให้มียอดนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนประเทศไทยได้เพิ่ม  38 ล้านคน ตามเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า มาตรการดังกล่าวไม่เคยนำออกมาใช้มาก่อน …

Continue Reading

เปิดภูกระดึงวันแรกรับลมหนาว เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

เปิดภูกระดึงวันแรกรับลมหนาว เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว

เปิดภูกระดึงวันแรกรับลมหนาว เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว             หลังจากประกาศปิดการท่องเที่ยวประจำปี ในช่วงฤดูฝน ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย ตั่งแต่ 1 มิถุนายน ไปจนถึงกันยายนของทุกปี เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและธรรมชาติ ไปจนถึงการปรับปรุงซ่อมแซมที่พัก โดยเจะปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปพิชิตยอดภูกระดึงได้ตั่งแต่  วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึง 31 พฤษภาคม 2562 ภายหลังจากเปิดอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสัมผัสอากาศหนาว และธรรมชาติที่คงความอุดมสมบูรนณ์ พบว่าปีนี้  บรรยากาศเริ่มมีความคึกคัก เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวจังหวัดเลยและจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมา ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายตัว นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ เผย ขึ้นภูกระดึงเป็นครั้งที่ 5 แล้ว นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯรายนี้ เผยว่า ล่าสุด ตนได้ขึ้นภูกระดึงเป็นครั้งที่ 5 แล้ว โดยเฉลี่ยจะขึ้น 1-2  ต่อปี ชอบขึ้นในช่วงเปิดภูใหม่ ๆ เพราะสามารถสัมผัสกับบรรยากาศที่บริสุทธิ์ พร้อมกับสัมผัสธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งภูกระดึงเต็มไปด้วยธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลายไปมากเหมือนกับอุทยานฯ แห่งอื่น ๆ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภู ระบุว่า อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ถือเป็นยอดเขาที่มีความมหัศจรรย์ของเมืองเลย เพราะมีลักษณะเป็นถูเขาหินทรายตัดเรียบ มีจุดสูงสุด 1,316 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าในป่าสนและมีหน้าผาสวยงามอีกหลายแห่ง เช่น ผานกแอ่น และผาหล่มสักที่เสมือนกับสัญลักษณ์ของภูกระดึง จุดเด่นของภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400 – 1,200 เมตร มีจุดสูงที่คือ บริเวณคอกเมย โดยมีความสูง 1,316 เมตร สภาพแวดล้อมทั่วไปของภูกระดึงประกอบไปด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด สัตว์ป่านานาพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพอง ซึ่งถือเป็นสายน้ำสำคัญแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องด้วยความสูง จึงทำให้มีบรรยากาศที่เย็นสบายตลอดปีบนยอดถูกระดึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฤดูหนาวมาเยือน อุณหภูมิอาจลดต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส สิ่งเหล่านี้ ถือเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวปรารถนา ที่จะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึงให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ทำไมต้องปิดทำการภูกระดึงในช่วงฤดุฝน เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนนั้น ถูกระดึงมักจะเกิดภัยธรรมชาติอยู่บ่อย ๆ เช่น เกิดการพังทลายของภูเขาและมีน้ำป่าไหลหลาก ด้วยเหตุนี้ ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดให้ปิดการท่องเที่ยว เฉพาะบนยอดเขาภูกระดึงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการให้และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและได้มีการพักฟื้นตัว …

Continue Reading

สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ กับการท่องเที่ยวในอวกาศ

สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ กับการท่องเที่ยวในอวกาศ

สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ กับการท่องเที่ยวในอวกาศ             “นักท่องเที่ยว” ต่างมีความเคยชินกับการออกเดินทางเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ชื่นชมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนต่างถิ่น ไปจับจ่ายใช้สอย ไปกินและดื่ม ทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่องปกติของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ แต่ทว่า มีนักท่องเที่ยวอีกกลุ่ม ไม่ได้จำกัดการเดินทางไว้แค่บนโลกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะพวกเขาเหล่านี้ มีความคิดก้าวใกลไปถึงการท่องเที่ยวนอกโลกเลยทีเดียว เพื่อเสาะแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่บนโลกนี้ไม่สามารถมอบให้ได้ ทัวร์อวกาศ เป็นอย่างไร? การท่องเที่ยว หรือทัวร์ไปบนอวกาศ คือ การพาผู้โดยสาร ออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าประทับใจบนสถานีอวกาศนานาชาติ พร้อมกับมีกิจกรรมอีกมากมายให้เลือกทำ เช่น ออกไปเดินเล่นนอกยานอวกาศ หรือการไปชมดวงจันทร์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการซื้อตั๋วท่องเที่ยวไปบนอวกาศกับบริษัทนำเที่ยว จะต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์พร้อม รักการท่องอวกาศ มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ดังนั้น หากใครไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว อาจต้องสละสิทธิ์และขายตั๋วให้กับนักท่องเที่ยวท่านอื่นไป สามารถหาซื้อทัวร์อวกาศได้ที่ไหนบ้าง? ด้วยราคาค่าโดยสารที่แพง ทำให้ ณ ตอนนี้ เหลือบริษัทที่เปิดขายทัวร์ท่องเที่ยวอวกาศอยู่ทั้งสิ้นจำนวน 7 แห่งด้วยกัน ได้แก่ เวอร์จิน กาแลกติก, สตาร์เชสเซอร์, บลู ออริจิน, อาร์มาดิลโล แอโรสเปซ, เอ็กซ์คอร์ แอโรสเปซ, ร็อกเกตเพลน และ สเปซ แอดเวนเจอร์ สำหรับตั๋วท่องเที่ยวอวกาศต่อครั้งนั้น มีราคาเริ่มต้นที่ 20-35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 580 – 1,016 ล้านบาท ต่อการไปเยือนสถานีอวกาศนานานชาติหนึ่งครั้ง โดยจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ไปกับการใช้ชีวิตนอกโลก ส่วนนักท่องเที่ยวที่อยากชมดวงจันทร์แบบเต็มตา ก็สามารถนั่งยานอวกาศไปรอบ ๆ  ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งตั๋วแบบนี้ มีราคาอยู่ที่ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,900 ล้านบาท มีนักท่องเที่ยวที่เคยออกไปทัวร์อวกาศหรือไม่? อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ค่าใช้ในการทัวร์ท่องเที่ยวไปบนอวกาศจะสูง แต่ทว่า ก็มีผู้ที่เคยไปสัมผัสมาความงดงามของจักรวาลมาแล้วถึง 7 คนด้วยกัน แต่มีผู้ที่เคยไปมาและยอมให้เปิดเผยตัวตนให้ทุกคนรับรู้เพียงแค่ 1 คน คือ นายเดนนิส ติโต้ นักธุรกิจเลือดผสมครึ่งรัสเซียและสหรัฐฯ …

Continue Reading

ผลวิจัยระบุ การท่องเที่ยวทำลายสิ่งแวดล้อมกว่าที่คิด

ผลวิจัยระบุ การท่องเที่ยวทำลายสิ่งแวดล้อมกว่าที่คิด

ผลวิจัยระบุ การท่องเที่ยวทำลายสิ่งแวดล้อมกว่าที่คิด             “การท่องเที่ยว” ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เศรฐกิจโลกขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมในดวงใจของใครหลายคน แต่ทว่า ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยซิดนีย์แสดงให้เห็นถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของการท่องเที่ยวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์และคณะ คำนวณไว้ว่า การเกิดภาวะเรื่อนกระจก หรือภาวะ “โลกร้อน” จากการท่องเที่ยวใน 160 ประเทศ พบว่า ส่วนหนึ่งมาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่สามารถปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 4.5 กิกะตัน ประมาณ 4,500 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 8% ของก๊าซเรือนกระจกที่ปลดปล่อยเข้าสู่บรรยากาศโลก เกือบทุกกิจกรรมของการท่องเที่ยว ที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนฯ จากการประมาณการณ์ล่าสุด มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 1-2 กิกะตันต่อปี สำหรับสาเหตุที่ทำให้เพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ ทีมงานได้ทำการสำรวจเจาะลึกลงไปที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรงจากการขนส่งทางอากาศเท่านั้น แต่ทว่า ภายในครั้งนี้ ทางทีมงานได้เพิ่มการสำรวจการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทางอ้อมไว้ด้วย นั่นรวมไปถึงกระบวนการผลิตอาหารเพื่อรองรับการท่องเที่ยว การดูแลรักษาที่พักหรือโรงแรม และการผลิตของที่ระลึกต่าง ๆ มีแนวโน้มสูงที่ก๊าซคาร์บอนฯ จะถูกปลดปล่อยออกมามากขึ้นในวันข้างหน้า จากผลสำรวจในปี 2013 แสดงให้เห็นว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้การท่องเที่ยวทั่วโลกต่อปี มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากขึ้น ถึง1-2 กิกะตันนั่นเอง ที่สำคัญ ทีมวิจัย ยังค้นพบอีกว่า การปลดปล่อยรอยเท้าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( Carbon Footprint) จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้น มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในแต่ละปี จาก 3.9 กิกะตันไปสู่ 4.5 กิกะตันในปี 2013 และจะเพิ่มมากขึ้นในวันข้างหน้า สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการท่องเที่ยวมีอัตราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากสถานการณ์ยังคงไม่ดีขึ้น จะส่งผลให้รอยเท้าคาร์บอนที่เกิดจากการท่องเที่ยวภายในปี ค.ส 2025 อาจมีค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 6.5 กิกะตันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าว พบว่า ประเทศที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการท่องเที่ยวมากที่สุดโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อันเนื่องจาก ประชาชนภายในประเทศแห่งเสรีภาพนี้ นิยมเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศตนเองอยู่เป็นประจำ แต่ทว่า ประเทศที่มีฐานเศรษฐกิจที่ค่อนดีอย่างจีน อินเดีย และบราซิลนั้น ก็เป็นที่น่าจับตามอง จากการที่ประชาชนผู้มีกำลังซื้อนิยมเดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดหมายแปลกใหม่อย่างสม่ำเสมอ

Continue Reading

งานเทศกาลดนตรีสมุย Samui Asia Music Festival 2018

Samui Asia Music Festival 2018

งานเทศกาลดนตรีสมุย Samui Asia Music Festival 2018 ททท.สำนักงานเกาะสมุย ประกาศการจัดงานเทศกาลดนตรีสมุยเอเชียครั้งแรกในงาน Samui Asia Music Festival 2018 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2561  ณ พรุเฉวง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี งานเทศกาลดนตรีสมุยเอเชียมิวสิคอวอร์ดครั้งนี้ มีประสบการณ์ทางดนตรีที่ยอดเยี่ยมของเอเชีย ททท. ภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดงานและสนับสนุนการจัดงานระดับโลกอีกครั้งหนึ่งในเมืองไทยซึ่งคาดว่าจะดึงดูดความสนใจของชาวเกาะสมุยและชาวต่างชาติได้มากขึ้น Samui Asia Music Festival ได้รับการจัดอย่างสมบูรณ์แบบด้วยแนวคิดการสื่อสารแบบใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประเทศไทยทั้งจากมุมมองใหม่และที่มีอยู่ เทศกาลดนตรีสมุยเอเชียมิวสิค 2018 พร้อมกับเพลงแนวน่าฟังจะนำเสนอเทศกาลอาหารที่ผู้คนเลือกมากมายในอาหารและเครื่องดื่มในตลาดของเทศกาล เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่สัญญาว่าจะเป็นงานเทศกาลที่น่าตื่นเต้นสนุกสนานและน่าตื่นเต้นเทศกาล เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวทางด้านดนตรีของเกาะสมุย และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียเข้ามาในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัด ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเทศกาลดนตรีบนเกาะสมุยครั้งแรกที่ได้รวบรวมศิลปินทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีชื่อเสียง มาร่วมสร้างความประทับใจ โดยเข้าชมฟรี นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกต่างๆกว่า 200 บูธในราคาย่อมเยาอีกด้วย

Continue Reading